Select Page

    พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยผู้แทนพิเศษรัฐบาล คณะผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ  ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทน ศอ.บต. เดินทางเข้าร่วมพบปะนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในสาธารณรัฐอียิปต์ และราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินการด้านการศึกษา ระหว่างวันที่ 3 – 7 ณ สาธารณรัฐอียิปต์ และราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน โดยมี พลเอก ธิวา เพ็ญเขตกรณ์ ที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ด้านการข่าวกรอง) เป็นหัวหน้าคณะ  ซึ่งคณะได้เข้าพบเพื่อหารือกับนายชัยณรงค์ กีรติยุตวงษ์ เอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงไคโร เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษาไทยมุสลิมในอียิปต์

    นายชัยณรงค์ กีรติยุตวงษ์ เอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงไคโร ได้กล่าวต้อนรับคณะว่า สถานเอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงไคโร พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลนักศึกษาไทย  ซึ่งปัจจุบันสาธารณรัฐอียิปต์มีนักศึกษาไทยมุสลิมกำลังศึกษาอยู่ประมาณ 3,500 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงปริญญาเอก โดยนักศึกษาส่วนใหญ่พบปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่าย การเทียบวุฒิการศึกษา จบการศึกษากลับไปแล้วไม่มีงานทำ และการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอาหรับ ซึ่งนักศึกษาได้ให้ขอให้มีการสอบภาษาอาหรับที่ประเทศไทยก่อนเดินทางมาศึกษาต่อ

    ทั้งนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการศอ.บต. ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมการดำเนินงานของสถานทูตเอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงไคโร ที่ดูแลนักศึกษาเป็นอย่างดี และเป็นต้นแบบที่นักศึกษาจบแล้วมีปัญหาน้อย สำหรับปัญหาการทำงานหลังจบการศึกษา ศอ.บต.ได้เร่งหาแนวการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อเดือนกันยายน 2561 ศอ.บต.ได้จัดมหกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยในต่างแดน ณ โรงแรม ซีเอส จังหวัดปัตตานี มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,600 คน ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการศึกษาของนักศึกษาไทยในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งศิษย์เก่าได้ร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการศึกษาต่อ และเลือกอาชีพในอนาคต ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปศึกษาต่อกลับมาต้องมีงานทำ มีที่ยืนในสังคม ได้รับการดูแลชี้แนะแนวทาง ฝึกฝนการเรียนรู้ตนเอง เรียนรู้เศรษฐกิจ อาชีพต่างๆ และสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนาตนเองให้มีอาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป

    นอกจากนี้ ได้เดินทางเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อียิปต์ กรุงไคโร Eyptian Museum of Cairo ซึ่งพิพิธภัณฑ์เปิดอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2445 ตั้งอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ณ กรุงไคโร นับเป็นพิพิธภัณฑ์ของโลกที่เก่าแก่ที่สุด และมีชื่อเสียงเนื่องจากความหลากหลายของวัตถุโบราณที่ได้ถูกค้นพบจากที่ต่างๆ ในหลากหลายสมัย โดยได้ถูกทยอยส่งมาเก็บเพื่อรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

    สำหรับพิพิธภัณฑ์อียิปต์กรุงไคโร เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแดง มีสองชั้น ชั้นที่หนึ่งได้รวบรวมจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีขนาดใหญ่และหนัก เช่นอ่างอาบน้ำ หีบศพ รูปปั้นๆ และแผ่นศิลาตั้งแต่ยุคของอาณาจักรยุคแรกเริ่ม ยุคกลางของอาณาจักร ยุคอาณาจักรสมัยใหม่ ยุคล่าสุดอาณาจักรกรีก โรมัน และวัตถุของชาวเมืองโนเบียน ส่วนชั้นที่สอง จะรวบรวมวัตถุประเภทน้ำหนักเบา เช่น เครื่องมือล่าสัตว์ เครื่องมือทำสงคราม เครื่องเรือนต่างๆ เครื่องมือทำศพ อ่างอาบน้ำไม้ รูปปั้นชิ้นเล็กๆ เครื่องประดับ เพชร นิลจินดา และวัตถุต่างๆ ที่ถูกพบในสุสาน ตุนันคาเมน นอกจากนี้ ยังมีห้องสำหรับเก็บมัมมี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ที่เป็นสมบัติแห่งความลึกลับของชนชาวอียิปต์โบราณ ที่ทำให้วงการแพทย์ปัจจุบันสนใจศึกษาการรักษาสภาพศพมัมมี่แบบสมบูรณ์ ไม่เน่าเปื่อย แม้จะผ่านมาหลายๆศตวรรษแล้วก็ตาม จึงเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรือง ด้านการแพทย์มาอย่างยาวนาน