Select Page

อำเภอยะหา ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จำนวน 11 ราย

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 13.30 น. นายวิรุต ตรียวง ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอยะหา ได้มอบหมายให้ นายอำพล ชุมช่วย ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ทหาร ในพื้นที่ ลงพื้นที่ยี่ยมเยียนติดตามคุณภาพชีวิตและมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจใหักับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จำนวนทั้งสิ้น 11 ราย

อำเภอหนองจิก มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. นายชาตรี ณ ถลาง นายอำเภอหนองจิก/ผอ.ศปก.อ.หนองจิก มอบหมาย นายภูวนิช สิงหวงค์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอหนองจิก พร้อมด้วย นางสาววงศ์ผกา มากเมือง ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานเยียวยา ได้มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 00.30 น. มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม และจำนวน ซุ่มอยู่จากฝั่งตรงกันข้ามทางเข้าไปบ้านบาโง หมู่ที่ 5 ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิด และขนาด ยิงเข้าใส่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวง ทำให้กระสุนปืนถูกรถยนต์ และอาคารได้รับความเสียหาย จนเป็นเหตุให้ ส.ต.อ.วรวุฒิ จันทราชา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย (ระดับ 2) สถานที่เกิดเหตุ บริเวณหน่วยบริการประชาชน ตำรวจทางหลวง บ้านควนคูหา หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้มอบเงินเยียวยาให้กับ ส.ต.อ.วรวุฒิ จันทราชา จำนวน 10,000 บาท

อ.เมืองยะลา ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบฯ ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา กรณีได้รับบาดเจ็บ จำนวน 12 ราย

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 – 12.00 น. นายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา/ผอ.ศปก.อ.เมืองยะลา มอบหมายให้ นางสาววนิภา คงถาวร ปลัดอำเภอ (จพง.ปค.ชำนาญการ) งานเยียวยา พร้อมด้วย นางนูรีซัน วันแอเลาะ จนท.ปค.งานเยียวยา และ น.ส.สุวรรณดี สูหลง จนท.เยียวยาอำเภอเมืองยะลา ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบฯ ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา กรณีได้รับบาดเจ็บ จำนวน 12 ราย

“ธนาคารกายอุปกรณ์เพื่อคนพิการ” เครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เปิดโอกาสการเข้าถึงทางการแพทย์ เสริมสร้างพัฒนาการผู้พิการในพื้นที่ 5 จชต.

“ธนาคารอุปกรณ์เพื่อคนพิการ” ถือเป็นกิจกรรมนำร่องที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันสิรินธร มีเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนโอกาสให้คนพิการได้มีอุปกรณ์ที่มีมูลค่าสูงและจำเป็นต้องใช้ในการฟื้นฟูสภาพ ลดภาระผู้ดูแล และช่วยเหลือตัวเองในการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นกิจกรรมในการสนองแนวพระราชดำริ ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูคนพิการและครอบครัว

“ธนาคารกายอุปกรณ์เพื่อคนพิการ” จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่กลางของการสนับสนุน และขับเคลื่อนการช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพประชาชนผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบาง เพื่อให้ได้รับการบริการที่ดี มีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้พิการจำนวนกว่า 66,000 คน และปัจจุบัน “ธนาคารอุปกรณ์เพื่อคนพิการ” ตั้งอยู่ที่อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่รวบรวมอุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุน บริจาค หรือผลิตขึ้น ตามโครงการสนองแนวพระราชดำริ ฯ “เก้าอี้สุขใจ สู่รองเท้าคู่แรก ” และบูรณาการการทำงานกับสถานบริการสาธารณสุขในการค้นหา คัดกรอง สนับสนุน และส่งต่อการให้ความช่วยเหลือคนพิการ โดยเฉพาะคนพิการที่ประสบปัญหาซ้ำซ้อน เช่น ยากจน ขาดอุปกรณ์ ขาดผู้ดูแล ว่างงาน รวมถึงการเชื่อมโยงกับภาคประชาสังคม (สมาคมคนพิการจังหวัดยะลา) เพื่อเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอุปกรณ์คนพิการ

ด.ญ. อามีเน๊าะ วาลี อายุ 9 ขวบ เป็น 1 ในผู้พิการในพื้นที่ ตำบลกาลูปัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ร่างกายพิการช่วงล่าง และแขนด้านขวาไม่มีตั้งแต่กำเนิด ได้รับอุปกรณ์เพื่อคนพิการเป็นเก้าอี้ไฟฟ้าจาก “ธนาคารอุปกรณ์เพื่อคนพิการ” เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์แทนขาทั้งสองข้างในการเคลื่อนไหวร่างกาย

ด้านนางสาวฮาลีเม๊าะ พะยุซี มารดาของ ด.ญ. อามีเน๊าะ วาลี กล่าวว่า ปัจจุบันบุตรสาวมีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง มีความพยายามที่จะช่วยเหลือตนเอง ขยับร่างการในการเคลื่อนย้ายตัวเองและทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองมากขึ้น เก้าอี้ไฟฟ้าถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ทำให้บุตรสาวสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเด็กทั่วไป สามารถออกไปข้างนอก ไปจ่ายตลาดกับแม่ได้ ช่วยเหลือแม่ถือของเล็กๆน้อยๆ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ขณะเดียวกันในครอบครัวสามารถที่จะแบ่งเวลาในการประกอบอาชีพได้ด้วย โดยที่ไม่ต้องกังวลอยู่กับการดูแลตลอดทั้งวัน ซึ่งปัจจุบันนี้คนในครอบครัวก็มีความสุขมากยิ่งขึ้น และทุกคนต่างรู้สึกขอบคุณ ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือครอบครัว 00ไม่ทอดทิ้งเด็กพิการ ด้วยการมอบอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือเด็กพิการมาให้

อย่างไรก็ตามในปี 2564 นี้ “ธนาคารกายอุปกรณ์เพื่อคนพิการ” มีคนพิการที่ผ่านการตรวจประเมินจากแพทย์ และรับอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ รวมทั้งสิ้น 492 ราย แบ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการที่มีมูลค่าสูงจากสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟู จำนวน 35 ราย และอุปกรณ์ที่ได้รับจากการผลิตขึ้นตามโครงการสนอง แนวพระราชดำริฯ “เก้าอี้สุขใจสู่รองเท้าสั่งตัด” จำนวน 457 ราย ส่วนใหญ่ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และเมื่อพัฒนาของผู้พิการมีการพัฒนาแล้วก็จะมีการหมุนเวียนกายอุปกรณ์เพื่อคนพิการให้กับคนพิการในพื้นที่รายอื่นต่อไป

ศอ.บต. มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ จชต. ต่อเนื่อง ให้ทุกคนกินดี อยู่ได้ เข้าใจกัน ขณะที่ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 64 ได้ช่วยเหลือกลุ่มตลาดแรงงานให้มีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้

วันนี้ (7 ตุลาคม 2564) ที่ ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ รองศาสตราจารย์ ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศอ.บต. แถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และแถลงการขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ภายใต้ “สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเยียวยาพี่น้องประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น พร้อมทั้งนำชายแดนใต้สู่สันติสุขอย่างยั่งยืน”

รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. ได้ดำเนินการแก้ปัญหาการว่างงานให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาว่างงานที่เกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโร่น่า
( COVID-19) มีกลุ่มแรงงานไทยเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียมากกว่า 30,000 คน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีงานรองรับในพื้นที่ ศอ.บต. ได้ดำเนินการช่วยเหลือตามความต้องการของกลุ่มแรงงานด้วยการกระจายแรงงานไปทำงานนอกพื้นที่จังหวัด เช่น สงขลา เพชรบุรี กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร ระยอง รวมกว่า 2,300 คน พร้อมทั้งดึงแรงงานเข้าสู่การส่งเสริมอาชีพฐานรากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 2,500 ราย ทั้งการปลูกพืชพลังงาน และการเลี้ยงปูทะเล พร้อมกันนี้ ศอ.บต. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก
สภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาพระราชทานอนุญาตให้จัดตั้ง โรงครัวพระราชทาน ณ ศอ.บต.เพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในพื้นที่ จ.ยะลา เนื่องจากการประกาศพื้นที่เพื่อเป็นพื้นที่ควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 1-7 กรกฎาคม 2564 ในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.ยะลา ประกอบด้วย อ.เบตง อ.บันนังสตา อ.กาบัง และ อ.ยะหา รวมทั้งสิ้น 100,380 กล่อง และขณะเดียวกัน ศอ.บต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรโดยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่สามารถระบายออกสู่ตลาดได้จนทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ฟักทอง ฟักเขียว เป็นต้น โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สงขลา ที่มีพื้นที่ปลูกกว่า 6,000 ไร่ มีผลผลิตกว่า 3,000 ตัน/ปี

รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงงานด้านพัฒนาการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้าน ชุมชนและตำบลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยว่า ศอ.บต.ได้ขับเคลื่อนผ่านการพิจารณาของสภาสันติสุขตำบล ที่มีคณะทำงานจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และภาคประชาชน ร่วมกันพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนบนพื้นฐานการแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนในด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและด้านทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีการดำเนินโครงการ ฯ ด้านเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 400 กลุ่ม ด้านสังคม 50 กิจกรรม และด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 18 กิจกรรม ในพื้นที่ 282 ตำบล ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ มีจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ พัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และเสริมสร้างสุขภาวะ ศอ.บต. ได้ขับเคลื่อนผ่านโครงการสนับสนุนวิทยากรผู้สอนภาษาไทยในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ทำการจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ตามโครงการเสริมการพัฒนาการศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่ปี 2560 – จนถึงปัจจุบัน โดยนำกระบวนการจัดการเรียนการสอน เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านออก เขียนได้ อาทิ การจัดทำสื่อการเรียนการสอนให้ดึงดูดและมีความน่าสนใจ การใช้เพลงประกอบจังหวะโดยนำพยัญชนะ และสระ เข้ามาสอดแทรกในบทเพลง เป็นต้น

ส่วนในการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความอยากจนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ประชาชนต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เข้าถึงหน่วยงานภาครัฐอย่างทั่วถึง และจะต้องมีงานทำ เพื่อให้ประชาชนทุกคน “กินดี อยู่ได้ และเข้าใจกัน” โดย ศอ.บต. จะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

ข่าว / มะซัมรี สะนิ
ภาพ / สุฮัยมี มามะ
ภาพ / มัสลัน ตาเฮร์
ส่วนงานประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.