Select Page

ศอ.บต. ดึงภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐจับมือผลักดัน จชต. ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร

หลังนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ลงพื้นที่ จชต.เมื่อวันพุธที่ 15 ธันวาคม 2564 เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมร่วมประชุมกับ ศอ.บต. เพื่อนำร่องดำเนินโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นเมืองปศุสัตว์ เป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโครงการนำร่องโดยดำเนินการในลักษณะโครงการขยายผลโดยนำความสำเร็จ ต่อมา เลขาธิการ ศอ.บต. พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการเลี้ยงโค ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต หาดใหญ่ เพื่อศึกษาเรื่องของการเลี้ยงโคให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ตลอดจน วันนี้ 16 มกราคม 2565 เลขาธิการศอ.บต. ลงพื้นที่ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท ไอบีซี อินดัสเตรียล จำกัด (IBCI) ตำบลทุ่งปรัง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อศึกษาเรียนรู้ต้นแบบการผลิตโคเนื้อคุณภาพ และการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อนำความรู้ที่ได้รับ ไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หันมาเลี้ยงดูโคเนื้อแบบครบวงจร โดยครั้งนี้มีนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. นายมะเสาวดี ไสสากา หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา ตลอดจนผู้แทนจากภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา และผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมความรู้ ความเข้าใจถึงการเลี้ยงโคเนื้ออย่างถูกวิธีและครบวงจร โดยทาง ศอ.บต. ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ พร้อมเสริมความรู้ถึงวิธีการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจรแก่เกษตรกรโดยสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนและผลักดันให้มีการลงทุนในการทำฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ เพื่อให้มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ การผลิตพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์โคเนื้อ ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงการเชื่อมโยงภาคการตลาด โดยให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองปศุสัตว์แบบครบวงจร

ในการนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวว่า จะผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นเมืองปศุสัตว์โดยมีกรอบแนวคิดในการส่งเสริมขยายการเลี้ยงโค โดยเฉพาะโคเนื้อให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่ประชาชน โดยโคที่เลี้ยงไว้ คือโคเนื้อในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาด น้ำหนัก และมีความต้านทานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และเป็นโคท้องถิ่นไว้สำหรับบริโภคตามวิธีชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยกรอบแนวคิดต่าง ๆ นั้น เพื่อจะพัฒนาให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ หรือโคต้นน้ำ โดยพัฒนาพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ให้สมบูรณ์ และการผลิตลูกโค กลางน้ำ คือการเลี้ยงโคแบบถูกวิธี โดยจะเริ่มตั้งแต่วันแรกคลอด จนไปถึง 1 ปีครึ่ง

และปลายน้ำ คือการขุนโคและคุณภาพเนื้อให้ได้มาตรฐาน โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 4 เดือน ซึ่งกระบวนการ
ดังกล่าว จะเป็นการประเมินจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในช่วงของการพัฒนา พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ โดยจะร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะเข้ามาร่วมมือในการพัฒนาโคเนื้อในครั้งนี้ และภาคเอกชนจะส่งเสริมการลงทุนการผลิตแบบครบวงจร ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาทุกอย่างเป็นระบบแล้ว จะสามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชไว้เป็นอาหารสัตว์ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหญ้าเนเปียร์ ข้าวโพด มันสําปะหลัง ต้นกระทิน ต่าง ๆ ซึ่งเป็นพืชไว้สำหรับการให้อาหารสัตว์ และยังสามารถนำไปจำหน่ายตามตลาดทั่วไปได้อีกด้วย

นอกจากนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้ชื่นชมฟาร์มโคเนื้อแห่งนี้ ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโค คือ 1. มีผลผลิตที่มีคุณภาพ ผลงานที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า 2. มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สร้างรายได้ที่มั่นคง และ 3. มีการปรับปรุงพัฒนากิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มโดยมีการขยายกิจการและขนาดฟาร์มอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี โดยเลขาธิการ ศอ.บต. และคณะฯ ยังได้ชมสาธิตการผสมอาหารและการหมักอาหารจากฟาร์ม การฉีดยาถ่ายพยาธิประจำปี และการเสริมอาหารบำรุงแก่ลูกวัว อีกด้วย

ทั้งนี้ ฟาร์มโคเนื้อตัวอย่างของบริษัท ไอบีซี อินดัสเตรียล จำกัด (IBCI) ได้เริ่มมีการเลี้ยงโคเนื้อเมื่อต้นเดือน ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ฟาร์มแห่งนี้สามารถผลิตโคเนื้อได้ทั้งหมดจำนวน 210 ตัว

ข่าว / มะซัมรี สะนิ
ภาพ / สุฮัยมี มามะ
ส่วนงานประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.

รองเลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมพิธีสถาปนา 15 ปี กอ.รมน.ภาค 4 สน. พร้อมบำเพ็ญกุศลแก่กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต.

วันนี้ (13 มกราคม 2565) ที่ เขาพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในโอกาสครบรอบปีที่ 15 และพิธีบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลตำรวจโท นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง และกำลังพลทุกระดับชั้นเข้าร่วมในพิธี ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้จัดตั้ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าขึ้น ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2549 ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 205/2549 ลงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2549 เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ซึ่งพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนา ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ครบรอบปีที่ 15 นอกจากนี้ยังได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรำลึกถึงความมุ่งมั่นที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน ตลอดจนเพื่อความสิริมงคล แก่หน่วยงานและกำลังพลที่ปฏิบัติงานภายในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าอีกด้วย

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฯ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบวัตถุมงคล ให้แก่กำลังพลที่มาร่วมในพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ลุงป้อม ถก กพต. แก้ความยากจน สร้างสันติสุขชายแดนใต้ พอใจแก้ปัญหาแรงงานกลับจากต่างประเทศ ช่วงโควิด

วันนี้ (13 ธ.ค. 2565) ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธาน กพต. เป็นประธานในการประชุม ครั้งที่ 1/2565 เพื่อพิจารณาและรับฟังความคืบหน้าการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
 
พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กพต. กล่าวว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการขับเคลื่อนโครงการ “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน” เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่ จชต. ผ่านโครงการนำร่อง “1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจน” โดย พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำ การทำงานให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และกำหนดให้ปี 65 เป็น “ปีแห่งการแก้ปัญหาความยากจน” และรับทราบความสำเร็จ การดำเนินงานแก้ปัญหาการว่างงานของแรงงาน ที่กลับจากต่างประเทศเนื่องจากภาวะโควิด-19 สามารถแก้ปัญหาแรงงาน ระยะที่1 ได้ 3,748 คน ระยะที่2 ได้ 11,257 คนและระยะที่ 3 กำลังดำเนินการภายในมี.ค.65 โดยตั้งเป้าไว้ 5,000 คน รวมทั้งได้รับทราบความสำเร็จ ในการพัฒนารูปแบบการทำงาน ด้านการเรียนรู้ภาษาไทยกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 2-5 ขวบ โดยเด็กมีพัฒนาการด้านการใช้ภาษาไทยเพิ่มขึ้นตามลำดับ และ พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้เร่งขยายผลการดำเนินการต่อไป
 
จากนั้นที่ประชุม กพต.ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่สำคัญ ได้แก่โครงการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์หลักสูตรเข้มข้น และเตรียมการจัดตั้งโรงเรียนเทคโนโลยีและนวัตกรรม, การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้โครงการขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริฯ ,โครงการจัดตั้งหอเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ กับการพัฒนา จชต., การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใต้แผนปฎิบัติการส่งเสริมวิถีไทยในจชต. พ.ศ.2565-2570 ,การสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” และเห็นชอบการสนับสนุนให้เปิดท่าอากาศยานเบตง ปี 65-66 เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ แก่ประชาชนในพื้นที่
 
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณ ศอ.บต. กระทรวงต่างๆ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ที่ผ่านมาโดยมีความก้าวหน้าและความสำเร็จเป็นรูปธรรม หลายโครงการ พร้อมขอให้มีการขับเคลื่อน ขยายผลให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ต่อไป กำชับ กพต.ให้ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ในการกำกับดูแล แผนงานให้เป็นไปตามมติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจชต. ให้มีความอยู่ดีกินดี มีการศึกษาที่ดี มีงานทำมีรายได้ ควบคู่การสร้างความเข้าใจ กับทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ความมีสันติสุขในพื้นที่ จชต.โดยเร็ว และยั่งยืน พร้อมนี้ สั่งการเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการร่วมมือกันผลักดันและทำงานให้เกิดผลสำเร็จเป็นธูปธรรมโดยเร็วที่สุด พร้อมมอบหมายให้ ศอ.บต. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินงานตามมติ กพต. และข้อสั่งการให้บรรลุผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และมอบหมาย ศอ.บต. เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารการพัฒนาเพื่อสนับสนุนข้อมูลของทุกส่วนราชการและภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสื่อมวลชนของทุกส่วนราชการ และกระทรวงการต่างประเทศนำข้อมูลไปเผยแพร่และขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สาธารณะ
ในส่วนของการหารือพิจารณาเปิดการให้บริการท่าอากาศยานเบตง จ.ยะลา ศอ.บต. เสนอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในช่วง 2 ปีแรก เนื่องจากกรมท่าอากาศยานมีรายได้ไม่เพียงพอในการรองรับการบริหารจัดการ เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด 19
 
ทั้งนี้ที่ประชุมมีการเห็นชอบให้ดำเนินการในลำดับต่อไป และขอให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับกระทรวงการคลังและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำงานเพื่อเปิดใช้สนามบินเบตงให้ได้ ภายในต้นปี 2565 นี้ ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาไว้เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา

ศอ.บต. จัดอบรมการเพิ่มประสิทธิภาพด้านบริหารงานพัสดุ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ได้ปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล

 
วันนี้ (13 มกราคม 2565) เวลา 09.00 น. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดอบรม เรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพด้านบริหารงานพัสดุ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560” ประจำปีงบประมาณ 2565 แก่เจ้าหน้าที่ในสังกัด ศอ.บต. ประกอบด้วยข้าราชการ พนักงานราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบงานด้านพัสดุ ศอ.บต. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางปฏิบัติงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป โดยมีนายกฤษฎา เคลือบมณี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานเปิดอบรม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
 
ในการนี้ นายกฤษฎา เคลือบมณี กล่าวว่า การบริหารงานขององค์กรให้ประสบความสำเร็จ การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญขององค์กรโดยเฉพาะด้านการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุที่เป็นปัจจัยสำคัญของการบริหารงานขององค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุจะต้องโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งกระบวนการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการบริหารงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการบริหารงานพัสดุนั้น ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลาย ๆ ด้าน เช่น พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ฉบับปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และสภาวการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส
 
สำหรับ การอบรมในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2565 เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้เพิ่มเติม ในเรื่องการบริหารการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ การวางแผนจัดซื้อจัดจ้าง และกระบวนการทางพัสดุที่ควรรู้ เพื่อให้การปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
 
ข่าว / มะซัมรี สะนิ
ภาพ / มัสลัน ตาเฮร์
ส่วนงานประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.

ชาวสวนยางนรา เผยหลังหน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ปัญหาโรคใบยางร่วง ต้นยางพารา เริ่มฟื้นตัว เชื่อจะสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้

นางยุพินทร์ นุ้ยแม่น เกษตรกรชาวสวนยาง จ.นราธิวาส เผยถึงการได้รับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ครอบครัวตนตัดยางมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 62 ซึ่งถ้าหากไม่รีบรักษาโอกาส ที่จะเสียหายมีเยอะ น้ำยางจะไหลน้อยลง เปอร์เซ็นน้ำยางไม่มีเลย หลังจากได้รับการแก้ไขปัญหา จาก ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการฉีดพ่นสารเคมี สารชีวภัณฑ์ รวมทั้งผสมปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อควบคุมเชื้อสาเหตุ ฟื้นฟูสวนยางให้เข้มแข็ง ทำให้ขณะนี้ต้นยางเริ่มดีขึ้น มียอดขึ้นใหม่โดยไม่ร่วง ใบไม่หยิก ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา

สำหรับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ในฐานะหน่วยงานด้านการพัฒนา ติดตาม ประสาน เชื่อมโยงกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืนสำหรับพื้นที่ที่เกิดปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราโดยที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ได้มีข้อสั่งการทุกฝ่าย ทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหา ไม่ให้เกิดขึ้น ให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนโดยสูงสุด เนื่องจากอาชีพชาวสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หากประชาชนเกษตรกรประสบปัญหาเช่นหลายปีที่ผ่านมา จะส่งผลต่อรายได้ที่ลดลงและส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

มสธ. หารือ ศอ.บต. เตรียมเปิดหลักสูตรภาคการเกษตรแก่ น.ศ.ไทยจากต่างประเทศ ลดอัตราว่างงานหลังจบการศึกษา

วันนี้ (11 มกราคม 2565) คณะอาจารย์ประจำสาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จ.นนทบุรี (มสธ.) เข้าพบนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหารือและเยี่ยมคารวะ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการพัฒนา ชั้น 3 อาคาร ศอ.บต. โดยหารือแนวทางการช่วยเหลือนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษายังต่างประเทศ และหารือการสนับสนุนให้มีหลักสูตรปริญญาคู่หรือปริญญาควบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาตนเองและลดอัตราการว่างงานภายหลังสำเร็จการศึกษา
 
ที่ประชุมได้มีการหารือการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพสำหรับนักศึกษาไทยจากต่างประเทศทั้งที่ได้สำเร็จการศึกษาและได้รับการรับรองจาก ก.พ. และสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศแต่ไม่ได้รับการรับรองจาก ก.พ. อีกทั้งผู้เคยศึกษาในต่างประเทศแต่ไม่สำเร็จการศึกษา โดยให้นักศึกษาดังกล่าวที่สนใจเข้าสมัครเรียนหลักสูตรที่เปิดสอนในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หลักสูตรอิสลามศึกษาเพื่อการพัฒนาการเกษตร เป็นหลักสูตรความร่วมมือของ 2 สถาบันการศึกษา คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นอกจากนี้ยังเปิดรับสมัครให้กับผู้สนใจทั่วไปอีกด้วย เพื่อลดอัตราการว่างงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเห็นว่าหลักสูตรที่เปิดสอนนั้นเป็นหลักสูตรเพื่อเพิ่มความรู้ภาคการทำการเกษตร เนื่องจาก ศอ.บต. มีนโยบายขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยตรง อีกทั้งด้วยสภาพภูมิอากาศและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เอื้ออำนวยต่อการทำการเกษตรที่มีคุณภาพอีกด้วย
 
สำหรับ ศอ.บต. มียุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนาผลิตผลกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 2565-2570 โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่การจัดการผลิตผลที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการตลาดสินค้าผลไม้ 5 ด้าน ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและการยกระดับมาตรฐานสินค้า พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดผลไม้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างความเข้มแข็งและความเสมอภาคให้กับเกษตรกรและสถาบันการเกษตร บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตผลไม้ครบวงจร พัฒนาเครือข่ายการตลาดและระบบโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน