Select Page

ศอ.บต. ร่วมพิธีส่งและอำนวยพรผู้แสวงบุญ ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

วันนี้ (1 กรฏาภคม 2565) ที่สนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายก้องสกุล จันทราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีส่งและอำนวยพรผู้แสวงบุญ ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมี นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ตลอดจนพี่น้องประชาชนมาร่วมส่งอย่างคึกคัก และมีลูกเสือสันติสุข ศอ.บต. มาร่วมอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางด้วย

นายก้องสกุล จันทราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมนับได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง โดยในทุกๆปีจะมีพี่น้องจากทั่วโลกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครมักกะห์ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นจำนวนมาก เทศกาลฮัจญ์จึงเป็นแหล่งรวมประชาคมโลกมุสลิมที่ทุกคนพร้อมใจกันปฎิบัติอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนและส่งเสริมการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมมาโดยตลอด เพื่อให้สามารถเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ได้อย่างสะดวกปลอดภัยและประกอบศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์

นายก้องสกุล จันทราช กล่าวอีกว่า การไปประกอบพิธีฮัจญ์นอกจากจะเป็นการไปประกอบศาสนกิจที่ถูกกำหนดไว้ของทางศาสนาอิสลามแล้วยังเป็นการส่งเสริมให้พี่น้องมุสลิมได้รู้จักและเรียนรู้จากผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นพี่น้องมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ จึงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และถือได้ว่าเป็นผู้แทนประเทศไทย ที่เป็นทูตสันติภาพในการสร้างสันถวไมตรีกับประชาคมโลก

OIC เยี่ยมชมอัลกุรอานโบราณ ณ พิพิธภัณฑสถานมรดกวัฒนธรรมอิสลามฯ ละหาร จ.นราธิวาส เผย ร.ร.สอนศาสนามีบทบาทสำคัญยกระดับเยาวชน ตามคำสอนศาสดาในทางสายกลาง

วันนี้ (30 มิ.ย. 2565) คณะองค์การความร่วมมืออิสลาม (The Organization of Islamic Cooperation) หรือ OIC เดินทางชมการจัดแสดงอัลกุรอานโบราณคัดด้วยลายมือ ณ พิพิธภัณฑสถานมรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน โรงเรียนสมานมิตรวิทยา ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะ OIC นำโดย Mr.Yousef Mohammed S.Aldobeay ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC Mr. El Habib Bourane ผู้อำนวยการกองชุมชนและชนกลุ่มน้อยของมุสลิม Ms. Ibrahim Patou เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองระดับชำนาญการ และผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ ประกอบด้วย นายดามพ์ บุญธรรม อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา และคณะ ชมอัลกุรอานโบราณในครั้งนี้

ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ศอ.บต. กำหนดแผนการเดินทางลงพื้นที่มาพูดคุย หารือ และเยี่ยมเยียนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ พร้อมชมอัลกุรอานคัดมือโบราณที่มีอายุกว่า 100-1,100 ปี เนื่องจากโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามถือว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทำนุบำรุงพลเมืองให้มีคุณค่าของสังคม มีความรู้ ความเข้าใจ ยึดมั่นในอิสลามสายกลาง ไม่สุดโต่ง ไม่เอนเอียง ไม่ขวาหรือซ้าย แต่เป็นไปตามหลักคำสอนของศาสดานบีมุฮัมมัด ดังนั้นขอให้ความพยายามในการพัฒนาเยาวชนเป็นไปตามเจตนารมณ์และขอให้มีความเจริญสืบไป อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาที่คณะลงพื้นที่เยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้กีดกันสิทธิเสรีภาพของพี่น้องมุสลิมในประเทศแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มีการสนับสนุน หนุนเสริมและดูแลเป็นอย่างดี

ด้านเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. กำหนดจุดหมายการเดินทางของคณะ OIC เพื่อให้ได้เยี่ยมเยียนสถานที่สำคัญให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนศาสนา มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาในการดูแล บ่มเพาะและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พิพิธภัณฑ์อัลกุรอานโบราณ มัสยิดกลางปัตตานี นราธิวาสและอื่นๆ เพื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับอัลกุรอานที่จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานมรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จัดเก็บและรวบรวมคัมภีร์อัลกุรอานโบราณตัวหนังสือเขียน กว่า 78 ฉบับ มีอายุประมาณ 150 ถึง 1,100 ปี เป็นมรดกล้ำค่าของชุมชนมุสลิมในประเทศไทยและของโลก โดยได้เก็บรวบรวมอัลกุรอานคัดด้วยลายมือจากผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในหลายประเทศ สืบเนื่องจากปัตตานีในอดีตนั้นเป็นเมืองท่าของการค้าขาย รองรับพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศ จึงมีพ่อค้ารวมทั้งนักปราชญ์ที่เข้ามาค้าขายและพำนัก พร้อมพกคัมภีร์อัลกุรอานที่คัดด้วยลายมือมาอ่านและศึกษา โดยคัมภีร์อัลกุรอานในอดีตนั้น เป็นคัมภีร์ที่คนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากต้องเป็นนักปราชญ์ผู้ทรงความรู้เท่านั้นที่จะเข้าถึง อ่าน เขียน ด้วยลายมือ ซึ่งแต่ละคน และแต่ละประเทศจะใช้วัสดุในการบรรจงเขียนอัลกุรอานที่ต่างกัน ดังนั้น ห้องจัดแสดงคัมภีร์อัลกุรอาน จึงมีอัลกุรอานคัดมือที่ทำจากหนังแพะ หนังกวาง เปลือกไม้ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงหนังสือตำราโบราณเกี่ยวกับวิถีของผู้คนในอดีตที่หลากหลาย อาทิ ตำราการล่าสัตว์ โหราศาสตร์ ภาษาศาสตร์ เวชศาสตร์ ตำราการสร้างเรือ การเดินเรือ ตำราการสร้างปืนใหญ่ การทำกริช ตำราดาราศาสตร์ และประวัติบุคคลสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองอีกด้วย

ผู้ช่วยเลขาธิการฯ OIC ชื่มชม ไทยเป็นประเทศตัวอย่างสังคมพหุวัฒนธรรม ด้าน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา เตรียมขยายสัมพันธ์ไทยสู่ประเทศสมาชิก 57 ประเทศใน OIC

วันนี้ (30 มิ.ย. 2565) คณะ OIC นำโดย Mr.Yousef Mohammed S.Aldobeay (นายยูซุฟ อัลดูเบอี) ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC เดินทางเยือนมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ในเวลา 14.00 น. โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้นำคณะลงพื้นที่เยือน จชต.ในหลายสถานที่สำคัญ อาทิ เยี่ยมชมและศึกษาเรียนรู้พื้นที่เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรก้าวหน้าผสมผสาน ศูนย์การเรียนรู้เมืองต้นแบบ ณ โรงงานแปรรูปมะพร้าว อ.หนองจิก เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานมรดกวัฒนธรรมอิสลาม และศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน โรงเรียนสมานมิตรวิทยา ต.ละหาร อ.ยี่งอ พร้อมกับเยี่ยมชมหาดนราทัศน์ และมัสยิดกลางจังหวัดนราธิวาสด้วย

โดยการเยือนมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังบทบาทของมหาวิทยาลัยเพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์พัฒนาทักษะภาษาและการจัดการศึกษาเพื่อประกอบอาชีพในประเทศโลกมุสลิม

ผู้ช่วยเลขาธิการฯ OIC กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศตัวอย่างของวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข มีความเจริญรุ่งเรือง อยู่ด้วยกันฉันท์พี่น้อง อย่างไรก็ตาม สื่อมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในพื้นที่สู่นานาประเทศ เพราะเคยได้รับข่าวสารเชิงลบ ซึ่งเมื่อถามผู้รู้แล้ว กลับกลายเป็นว่า ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน อีกทั้งการลงมาในพื้นที่วันนี้ยิ่งทำให้เห็นว่า สิ่งที่ปรากฏในสื่อทั่วไปถูกบิดเบือนไปมาก จึงเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาและสถานทูต ในการชี้แจงข้อเท็จจริง ขอชื่นชมประเทศไทย รัฐบาลไทย ที่ดูแลประชาชนทุกศาสนิกเป็นอย่างดี ด้วยความเสมอภาค และให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนทุกคน

ด้านพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ให้สัมภาษณ์ถึงการมาเยือนของ OIC ในครั้งนี้ว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดีในการมาเยือนหลังจากผู้บริหารระดับสูงของ OIC ไม่ได้มาเยือนไทยกว่า 10 ปี โดยศอ.บต.ได้นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมสถานที่สำคัญในหลายสถานที่ ซึ่งเป็นโอกาสดีของประชาชน จชต. ที่คณะ OIC ลงมาดู มาฟังเสียงสะท้อนของประชาชน โดยสิ่งที่เห็นจากการนำเสนอในห้วงวันที่ 29-30 มิ.ย. ผู้ช่วยเลขาธิการฯ OIC ได้เผยว่า รัฐบาลของประเทศไทยได้ดูแลประชาชนมุสลิมในประเทศเป็นอย่างดี สนับสนุนทุกเรื่อง ไม่ว่ากิจการละหมาด ละศีลอด การศึกษา เป็นต้น ซึ่งรัฐไทยไม่เคยทอดทิ้ง อีกทั้งยังได้กล่าวว่า OIC ไม่วิตกกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน จชต. และพร้อมให้ความร่วมมือ หากจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาสันติสุขกลับคืนสู่ชายแดนใต้

ด้าน นายดามพ์ บุญธรรม อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา เผยว่า ประเทศไทยมีนโยบายขยายความร่วมมือไปยังประเทศสมาชิกโลกมุสลิมของ OIC ใน 57 ประเทศ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือด้านการเมือง การศึกษา และด้านเศรษฐกิจ การค้าขายระหว่างประเทศ ซึ่ง OIC มีบทบาทที่สำคัญไม่น้อยกว่าสหประชาชาติ ในการมาเยือนของคณะในห้วงเวลา 4 วันนี้ เพื่อให้คณะได้นำข้อมูลเรียนไปยังเลขาธิการ OIC และขยายผลสู่ประเทศกลุ่มสมาชิก ว่า ประเทศไทยมีสิ่งใดที่จะสามารถสนองต่อประเทศในกลุ่มสมาชิก OIC อย่างไรได้บ้าง ทั้งนี้ผู้ช่วยเลขาธิการฯ OIC มีความพึงพอใจเป็นอย่างมากในการเยือน จชต. พร้อมชื่มชมว่า ประเทศไทยเป็นประเทศตัวอย่างของวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข

คณะ OIC เยี่ยมชม โรงงานแปรรูปมะพร้าวแบบครบวงจร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับฟังการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการส่งเสริมอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จชต. ชื่นชม เป็นโรงงานที่สร้างโอกาส สร้างรายได้แก่คนทุกศาสนิก พร้อมมอบโอกาสทางการศึกษาโดยไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา

วันนี้ (30 มิถุนายน 2565) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะผู้แทน OIC นำโดย Mr.Yousef Mohammed S.Aldobeay ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC Mr. El Habib Bourane ผู้อำนวยการกองชุมชนและชนกลุ่มน้อยของมุสลิม Ms. Ibrahim Patou เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองระดับชำนาญการ และ นายดามพ์ บุญธรรม อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ลงพื้นที่ บริษัทชายแดนใต้ฟู๊ดโพรเซสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานแปรรูปมะพร้าวแบบครบวงจร เพื่อเยี่ยมชม รับฟังการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการส่งเสริมอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับบริษัทชายแดนใต้ ฟู๊ดโพรเซสซิ่ง จำกัด เป็นโรงงานแปรรูปมะพร้าวปัจจุบันได้เปิดทำการมาแล้วกว่า 2 เดือน มีการเปิดรับซื้อมะพร้าว จากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ตลอดจนจังหวัดใกล้เคียง วันละกว่า 45,000 ลูก และส่งต่อให้กับโรงงานนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำกะทิปรุงสำเร็จ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม ฯลฯ ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาได้นำสินค้าเหล่านี้ไปออกบูทยังพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ โดยเฉพาะ ศอ.บต. ที่ได้เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมะพร้าวและขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น เพื่อรองรับผลผลิต และนำมาขายให้กับโรงงานได้ นอกจากนี้ในส่วนของแรงงานขณะนี้โรงงานมีจำนวนแรงงานทั้งหมด กว่า 50 คน ซึ่งเป็นบุคลากรที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด หากอนาคตโรงงานมีกำลังการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะมีการรับซื้อมะพร้าว จากเกษตรกรได้วันละกว่า 240,000 ลูก และจะมีความต้องการแรงงานกว่า 100 – 200 คน เพื่อให้มีแรงงานเพียงพอ ต่อกำลังการผลิตที่จะส่งออกสู่ตลาดทั้งในต่างประเทศได้

Mr.Yousef Mohammed S.Aldobeay ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC กล่าวว่า โรงงานแปรรูปมะพร้าวแห่งนี้นอกจากจะออกผลผลิตไปสู่ตลาดแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ มีอาชีพ มีรายได้ คนงานบริษัทแห่งนี้ ประกอบไปด้วยประชาชนที่หลากหลาย เป็นความงดงามที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เป็นความปรองดอง สมานฉันท์ ที่ OIC เองก็ให้ความสำคัญ และรู้สึกภาคภูมิใจ ตามคำสอนของศาสนาอิสลาม การให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และให้เกียรติในความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะฉะนั้นในวันนี้ได้มาเห็นถึงการให้ความตระหนักของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยไม่ได้เอาประเด็นของความแตกต่างในเรื่องหลักความเชื่อทางศาสนา ความแตกต่างของพื้นเพที่มาของเชื้อชาติเป็นที่ตั้ง แต่ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังในการอยากเห็นความรุ่งเรือง ความสงบสุข ในพื้นที่อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC ยังได้ชื่นชมผู้บริหารสถานประกอบการเป็นอย่างมากที่คำนึงถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์และส่งเสริมการศึกษาโดยการให้ทุนการศึกษาทั้งในส่วนของพนักงานและประชาชนโดยรอบโรงงานเป็นประจำทุกเดือนโดยไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนาใดเพื่อโอกาสทางการศึกษาและโอกาสทางการพัฒนาพร้อมกับการเจริญเติบโตของสถาน ประกอบการด้วย

คณะ OIC ลงพื้นที่ วัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น ของคนในพื้นที่ จชต. ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

วันนี้ (30 มิถุนายน 2565) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะผู้แทน OIC นำโดย Mr.Yousef Mohammed S.Aldobeay ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC Mr. El Habib Bourane ผู้อำนวยการกองชุมชนและชนกลุ่มน้อยของมุสลิม Ms. Ibrahim Patou เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองระดับชำนาญการ และ นายดามพ์ บุญธรรม อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ลงพื้นที่ วัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อพบปะเจ้าอาวาสวัด ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และพูดคุย แลกเปลี่ยน ตลอดจนสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนในพื้นที่ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

Mr.Yousef Mohammed S.Aldobeay ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายการเมืองของ OIC กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้มาพบกับท่านเจ้าอาวาส ได้รับรู้ถึงแนวทางความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างสันติสุขและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ในบทบาทขององค์การความร่วมมืออิสลาม มีประเด็นหนึ่งที่เรากำลังพยายามดำเนินการคือการสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชนมุสลิม และที่ไม่ใช่มุสลิมในทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความเข้าใจ การเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของคณะในครั้งนี้ เพื่อมาเรียนรู้ มาสัมผัสกับบรรยากาศของชุมชนมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมในพื้นที่ ตลอด 2 วัน ในการลงพื้นที่ หลังจากที่ได้เข้าหารือรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย มีความมั่นใจว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีการพูดคุย เจรจา ปรองดอง มีการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างทุกฝ่ายในพื้นที่ในขณะเดียวกันทางเรา ก็ไม่มีความมุ่งหวังและไม่ปรารถนา ที่จะให้บางฝ่ายที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองมามีส่วนในการสร้างความแตกแยก ทำลายความดีงาม และยิ่งไปกว่านั้นทราบว่าภายใต้รัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยให้ความอิสระเสรีแก่ประชาชน ทุกหมู่เหล่า ทุกศาสนา ทุกเชื้อชาติ ในการปฏิบัติศาสนกิจ ในการมีสิทธิอันชอบธรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่ OIC ตระหนัก องค์การความร่วมมืออิสลาม พร้อมที่จะส่งเสริมให้เราทุกฝ่าย ร่วมมือกันเดินหน้าไปสู่ความปรองดอง

อย่างไรก็ตาม วัดมุจลินทวาปีวิหาร เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อพระยาวิเชียรภักดีศรีสงครามย้ายที่ว่าการอำเภอหนองจิกจาก ที่เก่า มาอยู่ที่ตำบลตุยง เมื่อ พ.ศ. 2388 เดิมมีชื่อว่า “วัดตุยง” ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองหนองจิก และมีพระราชศรัทธาบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างพระอุโบสถ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดมุจลินทวาปีวิหาร” ปัจจุบันเป็นอารามหลวงและมีการบูรณะพระอุโบสถให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง โดยวัดแห่งนี้เป็นศาสนสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงของ จังหวัดปัตตานี คนในพื้นที่ทั้งไทยพุทธ มุสลิมและศาสนาอื่นๆ อยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่าย สงบสุข ภายใต้สังคมพหุวัฒธรรม เมื่อมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในวัด เช่น วันเด็ก ก็จะเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมโดยไม่แบ่งแยกและให้การช่วยเหลือกิจกรรมซึ่งกันและกันมาอย่างต่อเนื่อง

ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ลงพื้นที่นราธิวาสประชุมเร่งรัดติดตามผลการขับเคลื่อนแผนงาน และโครงการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในมิติงานด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ ครั้งที่ 6/2565 ที่ห้องประชุม สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนในห้วงไตรมาสที่ 1-3 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งมี นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. นายอิสระ ละอองสกุล ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. และคณะผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ภายหลังจากการประชุมประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะ ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมชมประวัติความเป็นมาของชุมชนเมือง แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตของจังหวัดนราธิวาสอีกด้วย

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลได้ลงมาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อมาประชุมติดตามการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และติดตามนโยบายของประธานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งได้เน้นย้ำว่าในปีงบประมาณ 2565 ในไตรมาสสุดท้าย ต้องดำเนินการมาเร่งรัดการดำเนินงานโดยเฉพาะงานด้านการพัฒนาซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาพื้นที่พัฒนาเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีชีวิตที่ดีมีรายได้ที่ดีขึ้นรวมถึงมีสุขภาพอนามัยที่ดี แก้ปัญหาความยากจน ซึ่งได้รับนโยบายดังกล่าว และมาเร่งรัดดำเนินการให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านการพัฒนา รวมถึงการอำนวยความยุติธรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ด้วย ด้านความมั่นคงได้เน้นย้ำให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 ให้ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากมาประชุมเร่งรัดการทำงาน ยังได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จังหวัดนราธิวาสได้เห็นว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีวัฒนธรรมมีสิ่งแวดล้อมมีธรรมชาติที่มีคุณภาพได้เห็นการอยู่ร่วมกันของทั้งไทยพุทธมุสลิมและอีกหลากหลายศาสนาในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่จะต้องมีการส่งเสริมในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลได้กำหนดแนวทางต่างๆโดยมุ่งเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางทั้งในระดับตำบลต่างๆมีสิ่งใดที่ต้องการให้ทางหน่วยงานรัฐช่วยเหลือขอให้มีการนำเสนอผ่าน สภาประชาธิปไตยตำบล โดยทางรัฐบาลเน้นย้ำทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า,ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนราชการต่างๆ ให้เร่งรัดให้เข้าดำเนินการโครงการแผนงานต่างๆ ซึ่งต้องเป็นโครงการตามความต้องการของประชาชน และอยากให้ประชาชนรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกันเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป