ศอ.บต. หารือ กกร. วางแนวทางขับเคลื่อน IMT-GT ต่อยอดศักยภาพ 5 จังหวัดชายแดนใต้

5 views 1 minutes read
A+A-
Reset

วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการพัฒนา ชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย–มาเลเซีย–ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: IMT-GT) ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ เลขาธิการ IMT-GT Joint Business Council และนายณัฐสัณห์ ลีละบุตร เจ้าหน้าที่อาวุโส กกร. พร้อมด้วย ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข รองประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพันธกิจสังคม หัวหน้าสำนักงานฝ่ายเลขานุการฯ (CMGF) จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่าง ศอ.บต. ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนงาน IMT-GT โดยเน้นการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่าง 3 ประเทศ ครอบคลุมการค้า การลงทุน การค้าชายแดน โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและต่อยอดศักยภาพของพื้นที่ในระดับอนุภูมิภาค

สำหรับแผนงาน IMT-GT ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2536 ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ของไทย 11 รัฐในมาเลเซียภาคพื้นทวีป และ 10 จังหวัดบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย โดยใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ รวมถึงความเชื่อมโยงทางสังคม ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และภาษา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ปัจจุบันการดำเนินงานอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ IMT-GT Vision 2036 ซึ่งมุ่งสู่การเป็นอนุภูมิภาคที่มีการบูรณาการ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปี พ.ศ. 2565–2569 (Implementation Blueprint: IB 2022–2026) เป็นกรอบขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การปฏิบัติ

ในส่วนของแนวระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT มีเส้นทางที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจของทั้ง 3 ประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งมีศักยภาพในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน มี 3 เส้นทางสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ได้แก่ แนวระเบียงเศรษฐกิจที่ 1 (EC 1) เป็นเส้นทางหลักที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงแหล่งผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันกับท่าเรือสำคัญ ได้แก่ ท่าเรือสงขลา ท่าเรือปีนัง และท่าเรือเบลาวัน เพื่อสนับสนุนการขนส่งและการส่งออกสินค้า แนวระเบียงเศรษฐกิจที่ 2 (EC 2) มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจทางทะเล (Blue Economy) และการท่องเที่ยว ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันและช่องแคบมะละกา และแนวระเบียงเศรษฐกิจที่ 6 (EC 6) เชื่อมโยงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กับพื้นที่ 8 รัฐในมาเลเซีย และ 6 จังหวัดบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสการพัฒนาข้ามพรมแดน

นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับบทบาทของแต่ละหน่วยงานในการขับเคลื่อนแผนงาน IMT-GT ทั้ง ศอ.บต. ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยทุกภาคส่วนพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนงานเกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพของพื้นที่สู่โอกาสทางเศรษฐกิจในระดับอนุภูมิภาค โดยเฉพาะการต่อยอดโอกาสจากแนวระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy