ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. นายกฯ เรียกประชุม ติดตามแผนรับมืออุทกภัยภาคใต้ กำชับ ห้ามรอให้เกิดเหตุแล้วจึงแก้ไข ย้ำวางแผนอพยพกลุ่มเปราะบาง สำรองอาหารและสิ่งของจำเป็น พร้อมเดินหน้าเยียวยาผู้ประสบภัย by งานประชาสัมพันธ์ 10/10/2026 10/10/2026 7 views 1 minutes read A+A- Reset 7 วันนี้ (10 ตุลาคม 2569) ที่ โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ในการนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของ ศอ.บต. ในการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาดการณ์ว่า หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่องจนเกือบถึงสิ้นเดือนตุลาคม ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน นายกรัฐมนตรีจึงเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ห้ามรอให้เกิดเหตุแล้วจึงแก้ไข โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวางแผนอพยพกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย พร้อมจัดระบบแจ้งเตือนประชาชนให้ครอบคลุม ทั่วถึง และเข้าใจง่าย รวมถึงประสานการบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมด้านอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น โดยประสานห้างร้าน สมาคมขนส่ง และผู้ประกอบการในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดแคลนเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรักษาชีวิตประชาชน ดูแลผู้ประสบภัยให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ พร้อมกำชับให้แต่ละจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนมาตรการเยียวยา รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ พร้อมขอให้แต่ละจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็ว ตามโครงการ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณซื้อให้ประชาชน เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยและชีวิตของคนไทยราว 29.8 – 30 ล้านครัวเรือน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และกรณีเสียชีวิตชดเชยรายละ 2 ล้านบาท ในส่วนของ ศอ.บต. นายชนธัญ ได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อม โดย ศอ.บต. ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการประสานงานเพื่อสนับสนุนการทำงานของจังหวัด มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลและสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมจัดทำคู่มือรับมืออุทกภัยและแจกจ่ายแล้ว โดยมีบัณฑิตอาสาประจำหมู่บ้านร่วมชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการรับมืออุทกภัย รวมถึงนโยบายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ และการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ศอ.บต. ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ทั้งพื้นที่จอดรถและศูนย์พักพิงสำหรับรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสานสนับสนุนภาคประชาสังคมในการดำเนินมาตรการป้องกันก่อนเกิดอุทกภัย และเตรียมการจัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งโรงครัวของ ศอ.บต. และโรงครัวภาคประชาสังคม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์ โดยประสานการรับถุงยังชีพพระราชทานจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อใช้ ศอ.บต. เป็นจุดพักและกระจายถุงยังชีพส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเตรียมประสานขอรับการสนับสนุนโรงครัวพระราชทาน และเตรียมขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน