ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. ศอ.บต. หารือ ม.อ.ปัตตานี วางระบบพัฒนาโมเดลจัดการอุทกภัย-เสริมพลังบัณฑิตอาสา เชื่อมข้อมูลถึงพื้นที่ by งานประชาสัมพันธ์ 07/10/2026 07/10/2026 6 views 1 minutes read A+A- Reset 6 วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) ที่ห้องประชุม หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการรับมือและวางระบบการทำงานร่วมกันด้านอุทกภัย ร่วมกับทีมวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นำโดย ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ/ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและภัยพิบัติ พร้อมด้วยทีมงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายรุสดี หะยีมะลี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) นางกัณทิมา นวลศรี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวงพาณิชย์) นายจรัส บำรุงเสนา ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมประชาสัมพันธ์) ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ได้ให้ข้อมูลในมิติที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุทกภัย เช่น สภาพพื้นที่ ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิธีการตรวจสอบภาพเรดาร์ ตรวจอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมเสนอแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลด้านน้ำและภัยพิบัติ เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นโมเดลการจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูล โดยนำ Ai เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อให้บัณฑิตอาสาและประชาชน สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวว่า ศอ.บต. มีบุคลากรในพื้นที่ที่สามารถสนับสนุนการบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะ บัณฑิตอาสา ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อยู่แล้ว หากมีเครื่องมือและระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้บัณฑิตอาสาสามารถปฏิบัติงานได้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการแจ้งเตือนและช่วยป้องกันประชาชนจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ บัณฑิตอาสา ถือเป็นบุคลากรของ ศอ.บต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ในระดับพื้นที่และมีความใกล้ชิดกับประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์ ความต้องการ และปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับชุมชนและหมู่บ้านได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นกำลังสำคัญในการรวบรวมและส่งต่อข้อมูล หากได้รับการพัฒนาศักยภาพและมีเครื่องมือที่เหมาะสม จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหมู่บ้านสู่ระดับตำบล และพื้นที่โดยรอบได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการบริหารจัดการอุทกภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อบัณฑิตอาสาสามารถทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระดับหมู่บ้านสู่ตำบลและเชื่อมต่อการทำงานระหว่างพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำไปสู่การลดความสูญเสียและผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม