ศอ.บต. ลงพื้นที่เบตง ช่วย “ด.ญ. อาแอเซาะ” ด.ญ.โอรังอัสรีวัย 10 ปี สานฝันอยากเป็นครู เดินหน้าช่วยครบ 5 มิติ

7 views 1 minutes read
A+A-
Reset

(7 ตุลาคม 2569) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ติดตามคุณภาพชีวิตและรับฟังปัญหาความต้องการของกลุ่มโอรังอัสรีที่ยังตกหล่นจากการเข้าถึงสิทธิ โดยหยิบกรณี “เด็กหญิงอาแอเซาะ รักษ์ฮาลา” อายุ 10 ปี เป็นหนึ่งในเคสนำร่อง เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ ที่อยู่อาศัย สิทธิและสวัสดิการ และการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้น้องได้เรียนต่อและเดินไปถึงความฝันในการเป็น “ครู” ในอนาคต

นางปิยะวรรณ จึ่งสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) พร้อมเจ้าหน้าที่กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. ร่วมกับนายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง นางสาวบุศริน เถาวัลย์ ปลัดอำเภอเบตง และผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองอำเภอเบตง ลงพื้นที่ประชุมติดตามและรับทราบข้อมูลของน้องอาแอเซาะและครอบครัว เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

สำหรับน้องอาแอเซาะ นางสาวรอฟีอะห์ นิเม๊าะ ได้รับเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 15 วัน เนื่องจากน้องสูญเสียแม่และพ่อไป นางสาวรอฟีอะห์ รับไปเลี้ยงดูเสมือนบุตรตั้งแต่กำเนิด โดยแม่บุญธรรมได้ดูแลน้องมาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน พร้อมพยายามดำเนินการเรื่องเอกสารและสูติบัตรตั้งแต่น้องยังเล็ก ปัจจุบันน้องมีบัตรประจำตัวประชาชนและกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนบิสตารีวิทยา อำเภอธารโต เป็นเด็กเรียนดี มีพัฒนาการและสติปัญญาที่ดี

แม้จะเติบโตมาในครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ แต่ความรักและการดูแลไม่เคยขาด แม่บุญธรรมประกอบอาชีพทำสวน เป็นเสาหลักของครอบครัว และเลี้ยงดูสมาชิกในบ้านเพียงลำพัง หลังสามีเสียชีวิตมานานกว่า 20 ปี โดยมีบุตรของตนเองอีก 3 คน ทำให้ต้องรับภาระดูแลครอบครัวหลายชีวิต

แม่บุญธรรมเล่าด้วยว่า ตั้งแต่รับน้องมาเลี้ยง รักเหมือนลูกแท้ๆ ของตนเอง ทั้งสองผูกพันกันมาก ทุกเช้าที่ต้องออกไปกรีดยางตั้งแต่เช้ามืด น้องจะรอให้ได้กล่าว “สลาม” และเห็นหน้ากันก่อนจึงจะไปโรงเรียน เพราะความผูกพันนี้ทำให้คำขอของแม่บุญธรรมวันนี้ไม่ได้ต้องการสิ่งใดมากมาย เพียงอยากมีโอกาสดูแลน้องต่อไปจนเติบโต “อยากเห็นน้องเรียนจบปริญญาตรี มีอาชีพ มีงานที่มั่นคง และยืนได้ด้วยตัวเอง” ความฝันของแม่บุญธรรม ขณะที่ความฝันของน้องอาแอเซาะ คือการเรียนให้สูงที่สุดและ “อยากเป็นครู”

ด้านนางปิยะวรรณ กล่าวว่า การช่วยเหลือกลุ่มโอรังอัสรีที่ตกหล่นจากระบบ ต้องไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่ต้องมองให้ครบทุกมิติ เพื่อให้เด็กและครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง โดย ศอ.บต. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือใน 5 มิติ ได้แก่
ด้านการศึกษา ประสานโรงเรียนเพื่อยกเว้นค่าเทอม และสนับสนุนเรื่องรถรับ–ส่ง เพื่อให้น้องสามารถไปโรงเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ด้านสุขภาพ ประสานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้เข้ามาดูแลสุขภาพคนในครอบครัว รวมถึงผู้พิการด้านจิตเวชที่ยังไม่ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ด้านที่อยู่อาศัย ประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา พิจารณาการซ่อมแซมบ้านและการช่วยเหลือที่เหมาะสม ด้านสิทธิและสวัสดิการ เร่งประสานการเข้าถึงสิทธิของผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงผลักดันการทำบัตรคนพิการ เพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐและลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และด้านการดูแลต่อเนื่อง ประสานองค์การบริหารส่วนตำบลและบัณฑิตอาสาฯ ในพื้นที่ ร่วมติดตาม ดูแล และเฝ้าระวังคุณภาพชีวิตอย่างใกล้ชิด

“เราไม่ได้ต้องการแค่ช่วยให้น้องผ่านวันนี้ แต่ต้องการสร้างโอกาสให้น้องมีอนาคต และเติบโตไปเป็นครูที่ดีในวันข้างหน้า” นางปิยะวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง ยังมีข้อมูลเด็กโอรังอัสรีที่ต้องการความช่วยเหลืออีก 19 ราย หลายรายมีศักยภาพด้านการเรียน มีพัฒนาการที่ดี และมีความสามารถในการเรียนรู้ แต่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

กรณีของน้องอาแอเซาะจึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเด็กหนึ่งคน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเชิงรุก เพื่อค้นหาเด็กโอรังอัสรีที่ตกหล่นจากระบบ และเชื่อมทุกหน่วยงานเข้ามาร่วมกันสร้าง “สิทธิ โอกาส และอนาคต” ให้เด็กในพื้นที่ชายแดนใต้ได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy