“รองชนธัญ” นำทีมผู้บริหาร ศอ.บต. พบ “แม่ทัพภาคที่ 4” เปิดแนวรุกใหม่ ผสานพลังความมั่นคง–การพัฒนา สร้างความเชื่อมั่นสู่ประชาชน

5 views 1 minutes read
A+A-
Reset

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. นำคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กระทรวง กรม) ผู้อำนวยการกองและกลุ่มงาน ศอ.บต. เข้าคารวะและแสดงความยินดีต่อ พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในโอกาสได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมหารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายพัฒนา เพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พลโท ชาคริต อุจะรัตน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่คณะผู้บริหาร ศอ.บต. เดินทางมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พร้อมมองว่าการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างหน่วยงานเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน และประชาชน โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนเห็นถึงการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน

แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำแนวคิด “การเมืองนำการทหาร” ในความหมายของการใช้กระบวนการสร้างความเข้าใจ การมีส่วนร่วม และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา ไม่ได้หมายถึงเรื่องของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง พร้อมชี้ว่า บทเรียนจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในอดีตสะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน

ทั้งนี้ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริและแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยมองว่าการทำงานของภาครัฐไม่จำเป็นต้องอยู่เบื้องหน้าเสมอไป แต่สามารถทำหน้าที่สนับสนุน สร้างโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่มีความยั่งยืน

ในการนี้ พลโท ชาคริต กล่าวด้วยว่า ศอ.บต. และบุคลากรในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างโอกาส แก้ไขปัญหา และสร้างความสุขให้กับประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะผลักดันความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประชาชน

ด้าน นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. ให้ความสำคัญกับการ ประสานการปฏิบัติระหว่างงานด้านความมั่นคงและงานด้านการพัฒนา เพื่อให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเชื่อว่า “งานพัฒนา” สามารถเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการดูแลประชาชนในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน

เบื้องต้น ศอ.บต. มีข้อเสนอในการพัฒนากลไกทำงานร่วมกันในหลายมิติ อาทิ การดูแลผู้ได้รับการประกันตัวและครอบครัว การนำงานพัฒนาเข้าไปสนับสนุนผู้ที่อยู่ในกระบวนการสร้างสันติภาพ ตลอดจนการดูแลผู้ที่ได้รับการปลดล็อกทางกฎหมาย โดยมุ่งให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ การสร้างรายได้ การเกษตร และการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับครอบครัวและชุมชน
หลักคิดสำคัญคือ “คนเปลี่ยน หมู่บ้านก็ต้องเปลี่ยน” การดูแลจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงตัวบุคคล แต่ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ศอ.บต. เตรียมยกระดับบทบาท “บัณฑิตอาสา” ซึ่งเป็นบุคลากรที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนและเข้าใจบริบทของพื้นที่ ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างสันติสุขระดับชุมชน ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างประชาชน ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานด้านการพัฒนา รวมถึงนำปัญหาความเดือดร้อนและข้อขัดแย้งเข้าสู่กระบวนการแก้ไขในระดับพื้นที่
สำหรับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ศอ.บต. มองว่ามีทั้งมิติด้านอัตลักษณ์และวิถีชีวิต รวมถึงความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐหรือความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทั้งกระบวนการพัฒนา การสร้างความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนเข้ามาคลี่คลาย โดยสามารถนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรี พื้นที่เทือกเขาบูโด รวมถึงพื้นที่ที่มีปัญหาด้านที่ดินและทรัพยากร

นอกจากนี้ ศอ.บต. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะการส่งเสริมให้แรงงานเข้าสู่ระบบการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงาน และสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และการคุ้มครองตามกฎหมายของมาเลเซีย ขณะเดียวกัน ผู้ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการตามกฎหมายของมาเลเซีย โดยฝ่ายไทยพร้อมประสานและสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกภารกิจสำคัญ คือการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ซึ่ง ศอ.บต. ได้เตรียมกลไกการทำงานไว้แล้ว โดยจะประสานจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ใช้ฐานข้อมูลและเครือข่าย บัณฑิตอาสา ที่กระจายอยู่ในชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลความเดือดร้อน ระดมบุคลากร เครื่องมือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

นายชนธัญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ศอ.บต. ต้องการเห็นการ “แพ็กทีม” ระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพัฒนา จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันทำงาน ทั้งในภารกิจด้านความมั่นคง การพัฒนา และการช่วยเหลือประชาชน เพราะเป้าหมายสูงสุดคือทำให้ประชาชนรู้สึกว่า เมื่อเกิดปัญหา ภาครัฐทุกภาคส่วนพร้อมเข้ามาดูแลอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และ “ไม่ทอดทิ้งประชาชน” เพื่อนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น ความเข้มแข็งของชุมชน และสันติสุขที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy