ศอ.บต. จับมือ ศธ. เร่งยกระดับทักษะภาษาไทยเด็กชายแดนใต้ สร้างพื้นฐานภาษา–เปิดโอกาสทางการศึกษา

17 views 1 minutes read
A+A-
Reset
วันนี้ (2 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. ที่โรงแรม ซี.เอส. ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรม “สรุปผลการยกระดับการเรียนรู้ สร้างสรรค์อนาคตการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมจัดประชุมหารือแนวทางการยกระดับทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรวบรวมข้อเสนอและจัดทำแนวทางเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล

ในการนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบแนวทาง โดยมี ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รองศึกษาธิการภาค 7 ศึกษาธิการจังหวัด ผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวว่า การพัฒนาทักษะภาษาและการเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและมีการหารือมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การอ่านออกเขียนได้ ตลอดจนประเด็นด้านภาษาและอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่

“โจทย์สำคัญของเราคือ จะทำอย่างไรให้เด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าถึงการเรียนรู้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถอ่านออก เขียนได้ ฟังเข้าใจ และสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เพราะภาษาไทยไม่ได้เป็นเพียงวิชาในห้องเรียน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงองค์ความรู้และโอกาสทางการศึกษาในทุกศาสตร์” / นายชนธัญ กล่าวฯ

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำว่า การพัฒนาภาษาไทยจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กจำนวนมากในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้ภาษามลายูถิ่นเป็นภาษาแม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และรากฐานทางวัฒนธรรม จึงไม่ควรมองภาษาแม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ภาษาไทย แต่ควรใช้ภาษาแม่เป็น “สะพาน” เชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้ภาษาไทยอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ เสนอแนวคิดการพัฒนาทักษะทางภาษา “ภาษาถิ่น–ภาษาไทย–ภาษาที่สาม” โดยเริ่มจากการส่งเสริมให้เด็กใช้ภาษาถิ่นได้อย่างมั่นใจและภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะภาษาไทยให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเข้าถึงองค์ความรู้และโอกาสทางการศึกษา ก่อนต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ภาษาที่สาม เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและโอกาสในอนาคต

สำหรับแนวทางการดำเนินงาน เห็นควรให้มีการกำหนดกรอบการทำงานระยะประมาณ 3 ปี โดยเริ่มจากพื้นที่นำร่องและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่น พร้อมกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน ทั้งการพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน การลดจำนวนเด็กที่มีปัญหาด้านการอ่านและการเขียน ตลอดจนการเพิ่มสัดส่วนเด็กที่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

นอกจากนี้ ควรมีการจำแนกเด็กตามระดับความสามารถด้านภาษา เพื่อให้สามารถออกแบบการเรียนรู้และมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม โดยเด็กที่มีพื้นฐานภาษาไทยดีสามารถได้รับการส่งเสริมเพื่อพัฒนาทักษะเพิ่มเติม ขณะที่เด็กที่ยังมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารควรได้รับกิจกรรมหรือมาตรการเฉพาะ และเด็กที่มีปัญหาในระดับมากควรมีระบบดูแลเป็นรายกรณี เพื่อให้สามารถพัฒนาทักษะได้อย่างเป็นขั้นตอนและเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ครู ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาษาในพื้นที่ จึงควรได้รับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริบทด้านภาษาและวัฒนธรรม สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างภาษามลายูถิ่นกับภาษาไทยอย่างเหมาะสม รวมถึงพัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอย่างต่อเนื่องทั้งในโรงเรียน บ้าน และชุมชน

ทั้งนี้ ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานและบูรณาการ เชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อเสนอจากเวทีหารือไปพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และผลักดันเข้าสู่กลไกการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนด้านบุคลากร งบประมาณ เครื่องมือ และกลไกการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

นายชนธัญ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญของการดำเนินงานไม่ใช่เพียงการยกระดับคะแนนหรือผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา แต่คือการทำให้ “เด็กเป็นศูนย์กลาง” เด็กสามารถใช้ภาษาแม่ของตนเองได้อย่างมั่นใจ ใช้ภาษาไทยเพื่อเข้าถึงองค์ความรู้และโอกาสทางการศึกษา และเมื่อมีความพร้อมสามารถต่อยอดสู่ภาษาที่สามและโลกแห่งการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น

“หากทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ศอ.บต. สถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะสามารถสร้างแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่” / นายชนธัญ กล่าว

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy