ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. “นายกฯ อนุทิน” นำ ครม. เปิดเวทีฟังเสียง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยึด “ซูรอ–อปริหานิยธรรม” สั่ง กพต.–ศอ.บต. เร่งผลักดันทุกข้อเสนอ สู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม by งานประชาสัมพันธ์ 31/08/2026 31/08/2026 8 views 1 minutes read A+A- Reset 8 วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) เวลา 16.00 น. ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ และผู้แทนประชาชนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมกว่า 150 คน จาก 7 กลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมเสนอปัญหาและแนวทางพัฒนาพื้นที่ โอกาสนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และสรุปสาระสำคัญของข้อเสนอจากภาคประชาชน เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและขับเคลื่อนของรัฐบาล ในการนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ การแก้ไขปัญหา และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเข้าถึงประชาชน ทั้งนี้ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับหลัก “อปริหานิยธรรม 7” ในพระพุทธศาสนา และหลัก “ซูรอ” หรือการปรึกษาหารือในศาสนาอิสลาม ซึ่งล้วนให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็น การร่วมคิดร่วมตัดสินใจ และการสร้างความสามัคคีในสังคม นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กพต. ร่วมกับ ศอ.บต. และกระทรวงมหาดไทย เร่งรัด กำกับ และติดตามข้อเสนอของประชาชนในทุกมิติ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือกับประเทศและสถาบันในโลกมุสลิม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เชื่อมโยงจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ผู้แทนประชาชนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้นำเสนอปัญหาและข้อเสนอที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ครอบคลุมทั้งด้านสังคม การศึกษา การแก้ไขปัญหายาเสพติด เศรษฐกิจ และการค้าชายแดน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ จังหวัดปัตตานี ได้เสนอโมเดลบำบัดยาเสพติดครบวงจร–ดูแลครอบครัวเปราะบาง โดยนายชาบูดิง แมเราะดำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระโด อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เสนอแนวทางจัดตั้ง “ศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดตำบลกระโด” ภายใต้แนวคิด “ปราบปรามตัดวงจร บำบัดช่วยชีวิต มีอาชีพ คืนคนสู่สังคม” โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของภาครัฐ ผู้นำศาสนา และชุมชน ตั้งแต่การป้องกัน ปราบปราม บำบัดฟื้นฟู ไปจนถึงการสร้างทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ นางมาเรียม โสะ ตัวแทนกลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบฯ เสนอแนวทาง “หนึ่งครอบครัว หนึ่งแผนการช่วยเหลือ” เพื่อให้การช่วยเหลือหญิงหม้าย ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่มีภาระพึ่งพิงซ้ำซ้อน เป็นระบบและต่อเนื่อง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละครอบครัวได้อย่างตรงจุด ในส่วนของจังหวัดยะลา ได้เสนอในประเด็นลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา เพิ่มสิทธิครูเอกชน และเชื่อมการศึกษานานาชาติ โดย ดร.ไพศาล อาแซ นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา เสนอให้ปรับหลักเกณฑ์งบประมาณอาหารกลางวันโดยยึด “ตัวนักเรียนเป็นฐาน” ไม่จำกัดเฉพาะนักเรียนในสถานศึกษาของรัฐ พร้อมผลักดันระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลสำหรับครูโรงเรียนเอกชนในโรงพยาบาลของรัฐทุกระดับ รวมถึงการกระจายอำนาจการเทียบวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศลงสู่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา นอกจากนี้ ยังเสนอการผลักดันความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศในรูปแบบ G2G/MOU โดยเฉพาะความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ประเทศอียิปต์ เพื่อสนับสนุนการรับรองและยกระดับหลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2569 ขณะเดียวกัน นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส ได้นำเสนอเรื่องการพลิกโฉมการค้าชายแดน สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยนายศุกนินทร์ สือนิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และ นายอชิพล พชรพงศ์พลิน กรรมการหอการค้าจังหวัดนราธิวาส ร่วมเสนอแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจชายแดน เพื่อยกระดับพื้นที่ให้ก้าวสู่ ศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจชายแดนยุคใหม่ เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการเดินทางระหว่างประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ในระยะยาว การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มต้นจากเสียงของประชาชนในพื้นที่ โดยนำปัญหาและข้อเสนอที่เกิดขึ้นจริงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐบาล พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กพต. ศอ.บต. และกระทรวงมหาดไทย จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการประสาน เชื่อมโยง และติดตามข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อให้ทุกเสียงของประชาชนไม่เพียงถูก “รับฟัง” แต่ต้องนำไปสู่ การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน