ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. ศอ.บต. เดินหน้าสร้างสุขภาวะเด็กชายแดนใต้ ดัน “SIHAT Active School” สู่ต้นแบบโรงเรียนสอนศาสนา by งานประชาสัมพันธ์ 10/08/2026 10/08/2026 23 views 1 minutes read A+A- Reset 23 (10 สิงหาคม 2569) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักเทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานการประชุมพัฒนาและขับเคลื่อนโมเดลส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานศึกษาสอนศาสนาเอกชน โดยมี ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา ผู้บริหารสถานศึกษาสอนศาสนาเอกชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เข้าร่วม การประชุมครั้งนี้มุ่งร่วมกันพัฒนาแนวทางส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานศึกษาสอนศาสนาเอกชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการวิจัยเป็นฐานในการออกแบบและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ดร.เพ็ญ สุขมาก กล่าวว่า สสส. ร่วมกับ ศอ.บต. สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อรับมือกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวและการมีกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม พร้อมคำนึงถึงบริบทด้านศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้พัฒนา “SIHAT Active School Model” โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้นำศาสนา ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย เพื่อบูรณาการกิจกรรมทางกายให้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนและชีวิตประจำวันของนักเรียน ควบคู่กับการวางแนวทางขยายผล ติดตาม และประเมินผล เพื่อให้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานศึกษาสอนศาสนาเอกชนสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ด้าน ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานดังกล่าวควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสิทธิที่นักเรียนทุกคนควรได้รับ รวมถึงการดูแลเด็กพิเศษและเด็กพิการที่มีข้อบกพร่องด้านร่างกายหรือสติปัญญา เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม อีกทั้งควรสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการของคนพิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับอย่างทั่วถึง พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ มาประยุกต์ใช้ในการดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพการดูแล และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาสอนศาสนาเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม