นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า มอบนโยบายขับเคลื่อนประเทศ

20 views 1 minutes read
A+A-
Reset

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 1 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 โดยมีปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ จนผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ โดยให้ความสำคัญกับภารกิจและผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยต้องแสดงศักยภาพต่อประชาคมโลกให้มากขึ้น โดยเฉพาะความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติมองเห็นโอกาสและตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่ให้บริการประชาชนต้องบูรณาการการทำงาน ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจเจรจากับต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีกำชับให้เตรียมข้อมูลอย่างรอบด้าน ถูกต้อง และทันต่อสถานการณ์ พร้อมขอให้ข้าราชการทุกคนตระหนักว่า การเป็นข้าราชการคือหน้าที่ที่ต้องพร้อมรับผิดชอบต่อประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

จากนั้น หัวหน้าส่วนราชการได้รายงานผลการดำเนินงาน รวมถึงประเด็นที่ต้องการการสนับสนุนและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อสั่งการในประเด็นสำคัญ ดังนี้

– หนุนสินค้าไทย เพิ่มการวิจัยและพัฒนา
กระทรวงกลาโหมรายงานผลการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ประจำปี 2569 หรือ Thailand Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) ซึ่งมีผู้ประกอบการและผู้เข้าชมกว่า 4,000 คน เกิดการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศมากกว่า 53 คู่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องการให้ทุกภาคส่วนเห็นศักยภาพของผู้ผลิตไทย พร้อมขอให้หัวหน้าส่วนราชการให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

– ยกระดับความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานผลการเข้าพบนายกรัฐมนตรีของผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ FBI ซึ่งสะท้อนถึงความจริงจังของประเทศไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมขยายความร่วมมือด้านการปราบแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด และการค้ามนุษย์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังรายงานการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Police Care ตำรวจห่วงใยประชาชน” ซึ่งรวบรวมบริการของตำรวจไว้ในช่องทางเดียว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

– กำชับประหยัดพลังงาน ติดตามตะวันออกกลาง ป้องกันกักตุนน้ำมัน
กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือจากส่วนราชการทุกหน่วยงานร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสม เช่น การทำงานจากที่บ้านในบางกรณี และการลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมชื่นชมการดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ โดยกำชับว่าการปรับราคาน้ำมันต้องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสามารถอธิบายเหตุผลต่อประชาชนได้อย่างชัดเจน รวมทั้งเตรียมมาตรการป้องกันการกักตุนน้ำมัน

– ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม บูรณาการดูแลประชาชนทุกพื้นที่
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มที่ โดยนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นแนวทางในการป้องกันและลดผลกระทบ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข

นายกรัฐมนตรียังได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงการมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลพื้นที่แต่ละภาค เพื่อให้การประสานงานและการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างบูรณาการในทุกมิติ พร้อมอนุมัติงบประมาณกลางเพื่อดูแลและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานใน 5 จังหวัดภาคใต้

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy