นายกฯ ไทย–มาเลเซีย เปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–บูกิตกายูฮิตัม ประตูเศรษฐกิจชายแดน ยกระดับการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ เริ่มให้บริการเต็มรูปแบบ 11 ก.ค 69

131 views 1 minutes read
A+A-
Reset

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานในพิธีเปิดใช้งานถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม อย่างเป็นทางการ ในการนี้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย โดยจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

ในพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้เดินผ่านประตูด่านศุลกากรทั้งสองฝั่ง พร้อมเดินมาจับมือกัน ณ จุดกึ่งกลางของด่าน เพื่อแสดงถึงมิตรภาพและความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและมาเลเซีย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังฝั่งมาเลเซียเพื่อร่วมเปิดแผ่นจารึกและรับประทานอาหารกลางวันในฐานะเจ้าภาพ

สำหรับด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนถนนกาญจนวนิช ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 596 ไร่ ถือเป็นประตูเศรษฐกิจทางบกที่สำคัญที่สุดของภาคใต้และเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยมีมูลค่านำเข้าและส่งออกรวมกว่า 471,500 ล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางผ่านแดนสูงกว่า 6 ล้านคนในแต่ละปี รัฐบาลและกรมศุลกากรจึงได้ผลักดันโครงการนี้ด้วยงบประมาณก่อสร้างรวม 1,532.07 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของด่านเดิมและขยายขีดความสามารถในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคารหลักอย่างอาคารสำนักงาน อาคารตรวจปล่อยสินค้า อาคารผู้โดยสาร และอาคารพักอาศัย เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นช่องตรวจรถยนต์ฝั่งละ 11 ช่อง ช่องตรวจคนเข้าเมืองฝั่งละ 14 ช่อง และอาคารตรวจสินค้า (Cargo Terminal) ที่รองรับรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออกได้ขาละ 8 ช่องตรวจ พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบที่ทันสมัยอย่างเครื่อง X-ray แบบ Fast Scan และระบบเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูง การเปิดใช้งานโครงข่ายคมนาคมและเส้นทางถนนเชื่อมต่อสายใหม่ระยะทาง 850 เมตร ระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม (Bukit Kayu Hitam) ของประเทศมาเลเซีย รวมถึงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4 (AH2) ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเสร็จสมบูรณ์พร้อมเชื่อมโยงคมนาคมขนส่งของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ข้ามแดนให้รวดเร็ว คล่องตัว ลดต้นทุนด้านเวลาและค่าขนส่ง ยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางการค้า กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทย-มาเลเซีย ตลอดจนเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการท่องเที่ยวที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้าสู่จังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่างได้อย่างมั่นคง

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy