ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. เยาวชน UNBOX ชายแดนใต้ ปิดฉากการเรียนรู้วันสุดท้าย ตระเวนศึกษาประวัติศาสตร์ ศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสื่อสร้างสรรค์ by งานประชาสัมพันธ์ 04/06/2026 04/06/2026 48 views 1 minutes read A+A- Reset 48 วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) กิจกรรมค่าย “UNBOX ชายแดนใต้ : เข้าใจความต่างอย่างลงตัว” ดำเนินมาถึงวันสุดท้ายของการเรียนรู้ โดยเยาวชนกว่า 60 คนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมเดินทางศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันหลากหลายของพื้นที่ เพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดสู่การสร้างสรรค์สื่อและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างเข้าใจและเคารพความแตกต่าง ก่อนเข้าสู่พิธีปิดและรับมอบเกียรติบัตรในวันพรุ่งนี้ ช่วงเช้า คณะเยาวชนได้เดินทางไปศึกษาประวัติศาสตร์ ณ วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย” ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ของชาติ นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานศิลปะท้องถิ่นแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์การปักปันเขตแดนระหว่างสยามและอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2452 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยฝ่ายสยามได้ใช้อัตลักษณ์ความเป็นชุมชนไทยพุทธและความเป็นวัดไทยโบราณแห่งนี้เป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันความเป็นดินแดนของสยาม ส่งผลให้พื้นที่อำเภอตากใบยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้น เยาวชนได้เดินทางต่อไปยัง พิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน ภายในโรงเรียนสมานมิตรวิทยา ชุมชนบ้านศาลาลูกไก่ ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอิสลามอันทรงคุณค่าของพื้นที่ชายแดนใต้ ไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประทับใจให้แก่เยาวชน คือ การได้ศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานโบราณอายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่ยุคอับบาซียะฮ์ เขียนด้วยอักษรกูฟีย์โบราณบนแผ่นหนังสัตว์ มีความหนากว่า 346 หน้า และมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม โดยหมึกที่ใช้เขียนผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ก่อนจะเดินทางจากแถบฮัฎรเมาต์ ประเทศเยเมน ผ่านอินโดนีเซีย และได้รับการอนุรักษ์ไว้ในจังหวัดนราธิวาส ถือเป็นมรดกทางศาสนาและอารยธรรมอิสลามที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ในช่วงบ่าย คณะเยาวชนได้เดินทางสู่ อู่ต่อเรือกอและบ้านทอน ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของจังหวัดนราธิวาส เยาวชนได้เรียนรู้กระบวนการต่อเรือกอและแบบดั้งเดิม ตั้งแต่การคัดเลือกไม้ การขึ้นโครงเรือ ตลอดจนเทคนิคการสร้างความสมดุลให้สามารถใช้งานในทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความชำนาญของช่างต่อเรือ หรือ “โต๊ะกูแว” ผู้สืบทอดองค์ความรู้ที่ตกทอดมายาวนานหลายชั่วอายุคน นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสความงดงามของลวดลายจิตรกรรมบนเรือกอและ ซึ่งผสมผสานศิลปะไทย มลายู และจีนไว้อย่างลงตัว ผ่านลวดลายกนก คชสีห์ มัจฉา และลายเครือเถาหลากสีสัน สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันของผู้คนในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างงดงาม หลังเสร็จสิ้นการศึกษาดูงาน เยาวชนได้นำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเรื่องราวที่ได้เรียนรู้ตลอดการเข้าค่าย มาสร้างสรรค์เป็นคลิปวิดีโอเพื่อนำเสนอแก่เพื่อนร่วมค่ายและคณะวิทยากร ถือเป็นบทสรุปของการเรียนรู้ตลอด 4 วัน ที่ไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจ ความเคารพในความแตกต่าง และเสริมสร้างสายใยแห่งมิตรภาพระหว่างเยาวชนต่างศาสนาและต่างวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “เข้าใจความต่างอย่างลงตัว” ได้อย่างเป็นรูปธรรม