ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. ศธ. – ศอ.บต. เดินหน้าถกปัญหาการศึกษาชายแดนใต้ ครอบคลุมปอเนาะ–ตาดีกาและระบบศาสนาอิสลาม ผนึกกำลังบูรณาการทรัพยากร สู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง by งานประชาสัมพันธ์ 29/04/2026 29/04/2026 148 views 1 minutes read A+A- Reset 148 วันนี้ (29 เมษายน 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำคณะผู้แทนจากสมาคม สมาพันธ์ และประธานการศึกษาจากสถาบันการศึกษาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าพบ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการประชุมครั้งนี้ มีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน รวมถึงผู้แทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตลอดจนผู้แทนจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมนำเสนอปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการศึกษา การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐกับสถาบันการศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ในการนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างรอบด้าน ทั้งข้อมูลเชิงประจักษ์ และประเด็นความกังวลที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งบางส่วนอาจคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อความเข้าใจของประชาชน จากการลงพื้นที่ พบว่ายังมีข้อจำกัดด้านการจัดการศึกษา ทั้งในเรื่องหลักสูตรที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การบริหารจัดการบุคลากร รวมถึงข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เพียงการสะท้อนปัญหา แต่ต้องมีแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม โดย ศอ.บต. พร้อมสนับสนุนการบูรณาการทำงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพื่อยกระดับทั้งคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยภายหลังจากนี้ จะเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ลดความสับสน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน / เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติม ด้าน นายมูฮำมัดซูวรี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการในการต้อนรับคณะฯ พร้อมกล่าวว่า ผู้แทนจาก 3 องค์กรที่มาในครั้งนี้เปรียบเสมือน “เครือข่าย 3 พี่น้อง” ที่ได้หารือร่วมกันด้วยความตั้งใจ และมีมติร่วมกันในการขับเคลื่อนงานอย่างสร้างสรรค์ สถาบันปอเนาะขอแสดงความขอบคุณต่อความร่วมมือและการตอบรับที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดความไม่สบายใจแก่ครู บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องในสถาบันปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการกล่าวถึงที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า สถาบันปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะในทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งที่ในความเป็นจริง สถาบันปอเนาะได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาโดยตลอด และยึดมั่นในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ แม้ที่ผ่านมาจะมีการแสดงความเสียใจหรือขออภัยแล้ว สถาบันปอเนาะก็พร้อมเปิดใจรับฟัง และมุ่งหวังให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการมีคณะกรรมการฯ หรือกลไกกลางที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรอบด้าน ไม่ใช่การแก้ไขเฉพาะจุด นอกจากนี้ นายมูฮำมัดซูวรี สาแล กล่าวอีกว่า ในส่วนของการบริหารจัดการและการดำเนินงานในพื้นที่ ยังพบข้อจำกัดหลายประการ เช่น กระบวนการจดทะเบียน หลักสูตร และการกำกับดูแลที่ยังขาดการมีส่วนร่วมจากสมาคม ซึ่งในอดีตสมาคมมีบทบาทสำคัญในการร่วมตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นเอกภาพ เพราะสถาบันปอเนาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล มีความเป็นหนึ่งเดียว และได้รับความศรัทธาจากพี่น้องประชาชน เราไม่ต้องการเห็นความแตกแยก แต่ต้องการความร่วมมือและความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อรักษาความเข้มแข็งของสถาบัน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านโครงสร้างการศึกษาและการจัดประเภทของสถาบัน ซึ่งควรได้รับการพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และลักษณะเฉพาะของการศึกษาศาสนาอิสลาม ไม่ควรถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับการศึกษาวิชาชีพทั่วไปที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมถึงเรื่องคุณวุฒิของผู้สอน ที่ควรให้ความสำคัญกับความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศาสนาอย่างแท้จริง ท้ายที่สุด สถาบันปอเนาะมีความตั้งใจที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศาสนาอิสลามในระดับภูมิภาคอาเซียน ดังเช่นในอดีตที่เคยได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทั้งจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ดังนั้นสถาบันปอเนาะจึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สนับสนุน และพัฒนาอย่างมีทิศทาง เพื่อให้การศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพลังสำคัญในการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป การหารือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ ศอ.บต. และ สมช. และอีกหลายหน่วยงาม เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีคุณภาพ เข้มแข็ง และตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน และนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งสันติสุขและความมั่นคงในระยะยาวต่อไป