ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. เดินหน้าปฏิรูปการสอนตาดีกา! ศอ.บต. เสริมศักยภาพครูชายแดนใต้ ปรับวิธีสอนจากท่องจำสู่การคิดวิเคราะห์ เชื่อมศรัทธาสู่การใช้ชีวิตจริง by งานประชาสัมพันธ์ 27/04/2026 27/04/2026 55 views 1 minutes read A+A- Reset 55 วันนี้ (27 เมษายน 2569) ที่อาคารศูนย์เสริมสร้างสมรรถนะอิหม่ามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สป.มท.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอบรมครูผู้สอนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 3 โดยมี ดร.อับดุลมูไฮมีน สาและ ประธานมูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการฯ ทีมวิทยากรจากชมรมตาดีกาจังหวัดนราธิวาส ครูตาดีกาจากจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี ตลอดจนเจ้าหน้าที่กลุ่มงานศาสนาและพหุวัฒนธรรม เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ นายนิพนธ์ ชายใหญ่ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายให้มาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมทั้งชื่นชมผู้จัดที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการเรียนการสอนในศูนย์ตาดีกาให้มีมาตรฐาน สอดรับกับบริบทสังคมยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการเสริมสร้างทักษะการใช้เทคโนโลยี และการพัฒนาครูผู้สอนให้มีความเข้าใจในหลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านแนวคิด ปรัชญา โครงสร้าง มาตรฐาน และตัวชี้วัด ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ถือเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาที่มีความใกล้ชิดกับชุมชน มีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังหลักศาสนา คุณธรรม จริยธรรม และอัตลักษณ์ที่ถูกต้องแก่เยาวชน การยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนภายใต้หลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนระดับอิสลามศึกษาตอนต้น จึงเป็นภารกิจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างความเข้าใจศาสนาอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ศอ.บต. ในฐานะหน่วยงานนำการพัฒนา ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และการส่งเสริมการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 9 (10) และ (12) โดยพร้อมสนับสนุนและผลักดันการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ นายนิพนธ์ ได้ฝากแนวคิดสำคัญแก่ครูผู้เข้ารับการอบรมว่า “หลักสูตรคือลายแทง แต่ครูคือคนนำทาง” โดยเน้นให้ครูเข้าใจเป้าหมายการเรียนรู้ (Learning Outcome) ของแต่ละหน่วยก่อนออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง ไม่ยึดติดเพียงการอ่านตามตำรา ซึ่งอาจทำให้ผู้เรียนขาดความสนใจ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สำหรับเด็กระดับต้น อายุ 7–12 ปี ผ่านการลงมือปฏิบัติ เช่น การจำลองสถานการณ์การอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์) การใช้สื่อท้องถิ่นและภาษามลายูควบคู่กับภาษาอาหรับ เพื่อเสริมความเข้าใจ รวมถึงการเชื่อมโยงความรู้สู่การปลูกฝังจริยธรรม โดยกระตุ้นให้เด็กคิดวิเคราะห์และนำหลักศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของครูในฐานะ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับเด็ก ด้วยการใช้หลักจิตวิทยาเชิงบวก เช่น การเสริมแรงเชิงบวกแทนการลงโทษ และการวัดผลแบบเน้นการปฏิบัติจริง (Authentic Assessment) อาทิ การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติศาสนกิจ และการมีมารยาทที่ดีในชีวิตประจำวันอีกด้วย