ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. “ลูกแบด” นำทีม ถกแผนรับมือน้ำท่วม 3 จังหวัด วางหมากแก้ปัญหา ระยะสั้น-ยาว เร่ง ศึกษาเส้นทางระบายน้ำสายใหม่ ป้องกันเหตุอุทกภัยแดนใต้ by งานประชาสัมพันธ์ 11/03/2026 11/03/2026 92 views 1 minutes read A+A- Reset 92 วันนี้ (11 มีนาคม 2569) รัฐบาล โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาคณะทำงาน ลงพื้นที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อประชุมคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ 3 จชต. ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ศอ.บต. การหารือในครั้งนี้สืบเนื่องจาก จชต. เกิดภาวะอุทกภัย 2 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 67-68 เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำทะเลหนุน และปริมาณน้ำฝนที่มีเพิ่มมากกว่าเกณฑ์ จึงส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รัฐบาล โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงมีคำสั่งที่ 17/2569 ลงวันที่ 20 ก.พ 69 จัดตั้งคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ 3 จชต. ให้มีอำนาจและหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ปัจจัยและสาเหตุของการเกิดอุทกภัย พร้อมจัดทำแผนรับมืออุทกภัยในพื้นที่ 3 จชต. ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า ได้มีข้อสรุปและสั่งการใน 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การพยากรณ์อากาศ มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) บูรณาการข้อมูลด้านพยากรณ์อากาศร่วมกัน ใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานและมาประมวลผลโดย tomorrow io ให้เป็นการพยากรณ์อากาศชุดเดียว พร้อมส่งต่อชุดข้อมูลไปยัง ปภ. เพื่อแจ้งเตือนภัย 2.สำหรับแผนอพยพประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัย มอบหมายให้ ศอ.บต. ท้องถิ่น จังหวัด ปภ. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บูรณาการแผนร่วมกัน โดยให้กำหนดกรอบขอบข่ายอำนาจของแต่ละส่วนงานไว้ มอบให้จัดทำแผนแบ่งโซนการช่วยเหลือเพื่อให้ทันต่อความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้น สำหรับการดูแล อาหาร น้ำ และการอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าวรับผิดชอบด้วย 3.ในส่วนของการเยียวยา ซึ่งเป็นเป็นหัวใจสำคัญ มอบหมายให้ ปภ. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ พร้อมมอบให้เป็นเจ้าภาพนำเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์การทำงาน ระบุจุดน้ำท่วมและเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ 4.จัดทำคู่มือเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด คู่มือแรก สำหรับพี่น้องประชาชน มอบหมายให้ ศอ.บต. ดำเนินการ ส่วนคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ มอบหมายให้ ปภ. ดำเนินการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานช่วยกันบรรเทาสาธารณภัย 5. ในส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว (Long-term Solutions) มอบหมายให้ กรมชลประทาน และ สทนช. รับผิดชอบดูแลแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ โดยมีมาตรการที่ 1 เร่งขุดลอกแม่น้ำสายต่างๆ รวมถึงบึงรับน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บและระบายน้ำ และมาตรการที่ 2 ได้สั่งการให้ศึกษาและจัดทำเส้นทางระบายน้ำสายใหม่ (Floodway) “เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ที่มีปริมาณสูงเกินกว่าค่าปกติ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทำให้โครงสร้างพื้นฐานหรือทางระบายน้ำเดิมที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับมวลน้ำได้เพียงพอในส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้มอบหมายให้ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ดำเนินการแม่น้ำสายหลัก โดยให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ขุดลอกสายน้ำเดิม และ หาเส้นทางระบายน้ำใหม่ เพื่อรองรับน้ำในห้วงปลายปี” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ จชต. มีสาเหตุเกิดอุทกภัยมาจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำทะเลหนุน และปริมาณน้ำฝนที่มีเพิ่มมาก ผ่านลุ่มน้ำสำคัญในพื้นที่ 4 สาย ประกอบด้วย ลุ่มน้ำปัตตานี จากเทือกเขาสันกาลาคีรี ลุ่มน้ำสายบุรี เล่นน้ำบางนรา และลุ่มน้ำโก-ลก ส่งผลให้ในบางพื้นที่จึงเกิดสภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งจำเป็นต้องมีการยกระดับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อป้องกันความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่