ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. นายกรัฐมนตรีสั่งการ หน่วยงานในพื้นที่ จชต.บูรณาการเร่งช่วยเหลือประชาชนจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่11จุด เมื่อวันที่ 11 มค.69 ที่ผ่านมา by งานประชาสัมพันธ์ 13/01/2026 13/01/2026 94 views 1 minutes read A+A- Reset 94 จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงภายในสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส กว่า 11 จุด เมื่อเวลา 01.10 น. โดยประมาณ ในวันที่ 11 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ทั้งผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน 11 แห่ง และผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณสถานีปั๊มน้ำมัน ประกอบด้วย ร้านอาหาร/ร้านค้า 9 แห่ง / ร้านสะดวกซื้อ 11 แห่ง / ร้านกาแฟ 2 แห่ง / อาคารสํานักงาน +อาคารละหมาด 7 แห่ง / รถบรรทุกนํ้ามัน 2 คัน / รถบดอัดถนน 1 คัน มีทรัพย์สินประชาชน ได้รับความเสียหาย ได้แก่ รถยนต์ 2 คัน / รถจักยานยนต์ 1 คัน / โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง/บ้านเรือน 2 หลัง นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวจำนวน 9 ราย ล่าสุดวันนี้ (13 ม.ค. 69) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต.แถลงข่าวร่วมกับพันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และพ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน จชต. รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการด่วนให้บูรณาการร่วมทุกภาคส่วน โดยมีคำสั่งให้ ศอ.บต. จัดชุดเจ้าหน้าที่เยียวยา ทำงานเชิงรุก ร่วมกับเยียวยาจังหวัดและเยียวยาอำเภอ ในการเร่งสำรวจทรัพย์สินและความเสียหายทั้งหมด เพื่อดำเนินการเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายเป็นการเร่งด่วน โดยให้ ศอ.บต.รายงานข้อมูลความคืบหน้า ให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกระยะ นอกจากนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่โดยเร็วที่สุดด้วย โดย พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. กล่าวถึง ด้าน หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามมติ ครม. 31 พ.ศ.2548 การประเมินทรัพย์สินของคณะกรรมการประเมินระดับจังหวัดฯ ให้ดําเนินการแล้วเสร็จ ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 2 สัปดาห์ และให้ต่อระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ และให้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าไม่เกินร้อยละ 50 ของความเสียหายที่ประเมินเบื้องต้นไว้ (แต่ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือเยียวยาอาจไม่ได้เป็นไปตามที่กําหนด เนื่องจากการได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบและผู้ได้รับความเสียหาย ยังมีความไม่สมบูรณ์และถูกต้องของข้อมูล หรือความพร้อมในการดําเนินทางธุรการ) อย่างไรก็ตาม สำหรับหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือด้านทรัพย์สิน เป็นไปตามมติ ครม.31 พ.ค.2548 และแนวทางของ ศอ.บต. โดยมีหนังสือ ที่ นร 5213/ว 2158 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 นั้น การดําเนินการช่วยเหลือเยียวยา จะดําเนินการพิจารณามูลค่าความเสียหายทรัพยสินนั้นๆ ทั้งหมด โดยพิจารณาการอนุมัติ จ่ายเงิน เฉพาะกรณีทรัพย์สินที่เสียหายจริง กรณีที่สูญหาย (จากการเอาทรัพย์สินไป) อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าสามารถ ดําเนินการช่วยเหลือได้หรือไม่ หากเกิดกรณีงบช่วยเหลือเยียวยาไม่พอจ่าย ต้องขอรับการจัดสรรจากงบกลางนั้น หากไม่เกิน 100 ล้านบาท เป็นอํานาจนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเกิน 100 ล้านบาท ต้องเข้ามติ ครม. แต่ในช่วงนี้เป็นช่วงยุบสภาจึงต้องผ่าน กกต. อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบประมาณช่วยเหลือเยียวยาได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 400 ล้านบาท จัดสรรให้จังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา จังหวัดละ 70 ล้าน สงขลา 50 ล้าน และศอ.บต. 140 ล้านบาท ด้านโฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าในการติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร่งด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอประณามการก่อเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่ามาจากกลุ่มใดหรือมีวัตถุประสงค์ใดก็ตาม เพราะเป็นการล่วงละเมิดต่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งยังซ้ำเติมสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญจากภาวะอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่กำลังจะฟืนตัวดีขึ้นแต่กลับต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนการก่อเหตุในครั้งนี้ คือ การก่อเหตุเพื่อทำลายระบบเศรษฐกิจและก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ในวันสำคัญ เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุมุ่งก่อเหตุในช่วงปีใหม่ แต่ด้วยมาตรการป้องกันสูงสุด ทำให้ไม่สามารถก่อเหตุได้ จึงเลือกก่อเหตุวันที่ 10 ม.ค. 69 ซึ่งเป็นห้วงที่เจ้าหน้าที่มีภารกิจในการ รปภ.ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ด้าน พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน จชต. กล่าวถึงลักษณะการก่อเหตุจากคนร้ายว่า จากแผนประทุษกรรมที่คนร้ายก่อเหตุในเวลาเดียวกัน คือ ระหว่าง 00.50-01.00 น. รวมทั้งพยานวัตถุจากที่เกิดเหตุ และผลตรวจปลอกกระสุนที่คนร้ายใช้ เชื่อว่าเป็น ผู้ก่อการร้ายจากกลุ่มบีอาร์เอ็น วัตถุพยานจากที่เกิดเหตุ พบ รูปแบบระเบิดเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ภาชนะบรรจุ เป็นถังดับเพลิง ถังแก๊ส และ กล่องเหล็ก , จุดชนวน 2 ระบบ คือ นาฬิกานับถอยหลัง (Digital Timmer Countdown) และ รีโมท ,สะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดท่อน จึงเชื่อว่า เป็นการก่อเหตุจากกลุ่มเห็นต่างในพื้นที่