ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. “รมว.ทวี ลงพื้นที่ปัตตานี มอบนโยบายฟื้นฟูผู้เสพ – พร้อมเปิดสนามฟุตบอลสร้างพลังเยาวชน” by งานประชาสัมพันธ์ 03/08/2025 03/08/2025 50 views 1 minutes read A+A- Reset 50 วันนี้ (2 สิงหาคม 2568) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มต้นภารกิจที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ด้วยการประชุมมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมประชุมหารือกับ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และคณะกรรมการศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในมิติศาสนาและภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างรอบด้าน ภายหลังการประชุม รัฐมนตรีฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยในหอผู้ป่วยต่าง ๆ ได้แก่ อาคารผู้ป่วยนอก (OPD), หอผู้ป่วยในบำบัดด้วยยา (IPD1), และหอผู้ป่วยในฟื้นฟูสมรรถภาพ (IPD2) พร้อมมอบสิ่งของให้แก่ผู้ดูแลผู้ป่วยในบ้าน Re-entry ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการส่งผู้ป่วยกลับสู่ชุมชนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมอาคารอาชีวบำบัด ชมผลงานของผู้ป่วยที่กำลังฟื้นฟูอาชีพผ่านกิจกรรมฝึกฝนด้านหัตถกรรมและการเกษตร อาทิ งานผ้าและงานปลูกผัก รวมถึงเยี่ยมชมบ้านพักใจ ODIC ห้องแสดงผลิตภัณฑ์ และร้านค้าสวัสดิการ ซึ่งสะท้อนถึงกระบวนการฟื้นฟูผู้ป่วยแบบครบวงจรที่ให้ความสำคัญทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และทักษะการดำเนินชีวิต ในการนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยน และหารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ระดับชาติ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และสุขภาวะของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง และที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้งบประมาณจำนวนมากในการปราบปรามยาเสพติด แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นที่น่าพอใจ อัตราการกระทำผิดซ้ำของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 60-70 % ซึ่งสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบเดิมที่เน้นการลงโทษมากกว่าการบำบัดและฟื้นฟู ผมได้นำเสนอข้อมูลตัวเลขต้นทุนทางงบประมาณที่ภาครัฐต้องใช้ต่อผู้ต้องขัง 1 คน ซึ่งสูงถึงหลักแสนบาทต่อปี ขณะที่หากเราเปลี่ยนแนวทางไปสู่การ “บังคับบำบัด” โดยใช้ต้นทุนที่น้อยกว่ามาก ก็อาจสร้างโอกาสในการฟื้นคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างยั่งยืนมากกว่า ประเทศอย่างโปรตุเกสและเนเธอร์แลนด์ คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ที่เปลี่ยนวิธีคิดจากการมองผู้เสพเป็นอาชญากร ไปสู่การดูแลในฐานะผู้ป่วย ส่งผลให้ปัญหายาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในภาคใต้ของเรา แม้จะไม่มีมาตรการทางกฎหมายบางประการเหมือนภูมิภาคอื่น แต่กฎของศาสนาและชุมชนยังคงแข็งแรง และมีบทบาทอย่างมากในการป้องกันปัญหา ขณะที่ภาคอื่นๆ เช่นภาคอีสาน แม้มีกฎหมายที่เข้มงวดถึงขั้นโทษประหารชีวิต ปัญหาก็ยังคงมีอยู่ นี่สะท้อนว่า “กฎหมายอย่างเดียวไม่พอ” เราต้องมีความเข้าใจบริบทของชุมชนและใช้ข้อมูลทางสถิติรอบด้านในการวางนโยบาย และสุดท้ายนี้ รัฐบาลขอแสดงความชื่นชมต่อบุคลากรในโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่ทำงานอย่างเข้มแข็งแม้จะขาดแคลนทรัพยากร และขอเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมี “กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่” ที่มุ่งเน้นไปที่การลดทอนความเป็นอาชญากรรม และเน้นการบำบัดอย่างจริงจัง สุดท้ายนี้ ผมไม่ได้มาเพื่อเพียงกล่าว แต่ผมมาเพื่อรับฟัง รับรู้ และจะนำข้อเสนอจากเวทีแห่งนี้กลับไปพัฒนาเป็นนโยบายที่สามารถขับเคลื่อนได้จริง หวังว่าทุกท่านจะร่วมกันแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันพาประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตการณ์นี้ไปให้ได้อย่างยั่งยืน ด้าน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้กล่าวรายงานถึงแนวทางและมุมมองในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงของสังคมไทย ไม่เฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ลุกลามถึงครอบครัวในทุกภูมิภาคของประเทศ ศอ.บต. ตระหนักว่ายาเสพติดมิใช่เพียงปัญหาด้านสุขภาพ แต่คือบาดแผลที่ทำลายทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ และรากฐานครอบครัว กระผมจึงเห็นว่า การแก้ไขปัญหานี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งรัฐ ชุมชน และผู้นำศาสนา โดยอาศัยพลังศรัทธาและวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในช่วงที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้ร่วมขับเคลื่อน “วาระ 120 วันต้องเห็นผล” โดยมุ่งเป้าการจัดการกับพืชกระท่อมที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชนและผู้นำศาสนา ที่ร่วมประกาศจุดยืนให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมตามหลักศาสนาและสังคม และยืนยันว่า ศอ.บต. จะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อขจัดยาเสพติด และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป จากนั้นเวลา 16.00 น. รัฐมนตรีฯ ได้เดินทางไปที่สนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทีม การท่าเรือ FC กับทีม ปัตตานี FC ซึ่งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองให้กับประชาชนในพื้นที่