ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. ศอ.บต. ร่วมกับ ยูนิเซฟ และมหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานเสวนา “จากข้อมูลสู่การขับเคลื่อน : ดูแลและคุ้มครองเด็กโตนอกบ้านใน จชต.” พัฒนาสถานเลี้ยงดูทดแทน ให้มีความปลอดภัย และอบอุ่น by งานประชาสัมพันธ์ 29/07/2025 29/07/2025 72 views 1 minutes read A+A- Reset 72 วันนี้ (29 ก.ค. 2568) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ร่วมกับ ยูนิเซฟ จัดงานเสวนา “จากข้อมูลสู่การขับเคลื่อน : การดูแลและคุ้มครองเด็กโตนอกบ้าน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ณ อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถนนสิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีนางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (พม.) ผู้นำศาสนาจากสถาบันปอเนาะ สถาบันฮาฟิซ ภาคประชาสังคม บัณฑิตอาสา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา สำนักงานสาธารณสุข สำนักงานการศึกษาเอกชน ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บ้านพักเด็กและครอบครัว สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 11 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมรับฟังงานวิจัยและการเสวนาในครั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นสืบเนื่องจากคณะอาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดทำงานวิจัย เรื่อง “การวิเคราะห์สถานการณ์การเลี้ยงดูทดแทนในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้” ศอ.บต. จึงประสานทุกภาคส่วนร่วมรับฟัง เพื่อให้ส่วนราชการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนำงานวิจัยไปปรับใช้ในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจารย์ ดร. กัณฐมณี ลดาพงษ์พัฒนา อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงตอนหนึ่งของงานวิจัยว่า งานวิจัยเรื่องนี้มีการวิจัยในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ยกเว้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภายหลังศึกษาข้อมูล พบว่า สถานสงเคราะห์เด็กในพื้นที่ จชต. มีจำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนของเด็ก และพบว่า ภาคใต้มีบริบทสังคมเฉพาะ มีจุดแข็งของทางวัฒนธรรม เด็กๆที่กำพร้าไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานสงเคราะห์ เนื่องจากมีการส่งไปยังสถาบันการศึกษาปอเนาะ ฮาฟิซ และโรงเรียนประเภทอื่นๆแทน ซึ่งมีความเข้มแข็งของการเลี้ยงดูเด็กในสถานรองรับดังกล่าว เด็กไม่ถูกปล่อยทิ้ง อีกทั้งสถาบันดังกล่าวมีความเอาใจใส่ของบาบอ ที่เปรียบเสมือนพ่อ ทางทีมวิจัยจึงได้มีการศึกษาข้อมูลและเห็นว่า สามารถพัฒนาความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมให้ดียิ่งขึ้นอีก เช่น ทำอย่างไร ให้บาบอถ่ายทอดวิญญาณของครูผู้สอนและความเป็นพ่อ ให้ดูแลนักเรียนได้มากที่สุด เนื่องจากพบค่าเฉลี่ยในสถาบันฮาฟิซ หรือ ปอเนาะ ว่า ครู 1 คน ดูแลเด็ก 25 คน และยังพบปัญหาสุขภาพใจของครูและนักเรียน พบปัญหาที่ครูมีภาระงานที่มากเกินไป นอกจากนี้ยังพบปัญหาเรื่องสุขภาพของเด็ก ที่ส่วนใหญ่เป็นโรคผิวหนัง ปัญหาโภชนาการที่เด็กๆทำอาหารกินเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากในการทำงานในพื้นที่ภาคใต้คือ การที่ได้เห็นว่าชุมชนมุสลิมมีระบบการเลี้ยงดูเด็กโดยครอบครัวอุปถัมภ์ ซึ่งเห็นจุดแข็งของระบบเครือญาติ เมื่อเด็กคนนึงเกิดการกำพร้า หรือพ่อแม่ไม่พร้อมเลี้ยงดู ก็จะมีระบบเครือญาติเข้ามารองรับ อย่างไรก็ดี หน่วยงานภาครัฐก็ยังสะท้อนความเห็น อยากให้เด็กมีสุขภาพที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และมีนโยบายคุ้มครองเด็กที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งจะช่วยการันตีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเด็ก ทั้งนี้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เชื่อกันว่าเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะอยู่ในสถานรองรับที่ปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี และไม่ห่างจากความอบอุ่นในครอบครัว