ภาครัฐ-ชุมชน ร่วมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 120 วันวาระพืชกระท่อม ใช้กลไกการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในระดับชุมชน (ฮูกุมปากัต 9 ดี)

88 views 1 minutes read
A+A-
Reset

 

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยอุปนายกสมาคมปอเนาะ จชต. ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมและประสานความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 120 วัน วาระพืชกระท่อมที่ทำให้มึนเมา ณ ปอเนาะดารุลกุรอ่าน อบีบักรินณ์ ม.7 ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล โดยมีผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสตูล ปลัดอาวุโส สาธารณสุขอำเภอท่าแพ ผู้แทน สภ.ท่าแพ ผู้นำท้องที่และผู้นำศาสนาในอำเภอท่าแพ ร่วมให้การต้อนรับ

รองเลขาธิการ ได้กล่าวถึงแผนปฏิบัติการ 120 วัน พืชกระท่อมว่า เป็นมาตรการเร่งด่วน เพื่อควบคุมและกำกับการใช้กระท่อม และสารเสพติดอื่นๆ เน้นการสร้างกลไกเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการใช้กระท่อมที่นำไปสู่ภาวะมึนเมา และอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงลดผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และความปลอดภัยในชุมชน โดยเน้นย้ำความสำคัญในการน้อมนำหลัก “ฮูกุมปากัต” เป็นกลไกหรือเครื่องมือในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ผู้นำศาสนา องค์กรปกครองท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคเอกชน จะช่วยลดจำนวนผู้ใช้กระท่อมในทางที่ผิด เพิ่มทักษะการรู้เท่าทันและภูมิคุ้มกันในชุมชน

ด้านนายหมาดเรน ล่าโยด กำนันตำบลทุ่งนุ้ย ได้เสนอให้ทาง ศอ.บต. และภาคีเครือข่ายร่วมผลักดันให้เกิดศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพสำคัญ ที่เป็นกลไกการบริการโดยชุมชนหรือท้องที่ท้องถิ่น และนำหลักการของศาสนาอิสลามมาใช้ในการปรับเปลี่ยนนิสัยของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพในชุมชน และเน้นให้ฝ่ายปกครองและฝ่ายกฎหมายใช้ความจริงจังในการปราบปรามอย่างเด็ดขาด ทั้งในกลุ่มผู้เสพและกลุ่มผู้ค้า

ทั้งนี้ นายอาวุธ โพธิ์แก้ว สาธารณสุขอำเภอท่าแพ กล่าวว่า “การจัดทำหรือมีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ต้องมีเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งเยาวชนที่อยู่ในศูนย์ฟื้นฟู ต้องอยู่อย่างน้อย 6 เดือน จึงจะสามารถทดสอบสภาพจิตใจและกลับเข้าสู่ชุมชน และที่สำคัญคือ คนที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว จะต้องไม่กลับเข้ามาในระบบบำบัดฟื้นฟูอีก

รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า “ทางผู้นำศาสนา พร้อมที่จะแก้ปัญหาขอให้ทุกคนร่วมมือกัน และทำอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือ รัฐต้องจริงใจในการดำเนินการ มิใช่พ้น 120 วัน ทุกอย่างกลับมาเช่นเดิม

ทั้งนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เน้นย้ำที่จะส่งเสริมและสนับสนุน การสร้างศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมที่เป็นการบริหารจัดการโดยองค์กรชุมชน ที่มีความพร้อม และนำหลักศาสนา หลักศรัทธา มาเป็นหลักสูตรสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของเยาวชน และบทบาทของภาคประชาสังคม ในการป้องกัน เฝ้าระวัง และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยปอเนาะต้องมีบทบาทที่สำคัญ ในการเป็นแหล่งฟื้นฟูทางสังคมโดยใช้ “หลักศาสนา” และชุมชนมีหลัก “ฮูกัมปากัตที่เข้มแข็ง” ภาครัฐจะร่วมหนุนเสริมปัจจัยที่ชุมชนร้องขอ เพื่อให้บทบาทของชุมชนได้มีการพัฒนาตามศักยภาพต่อไป

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy