ศอ.บต. รุกพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ หนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในมาเลเซีย ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดฮาลาลสากล

172 views 1 minutes read
A+A-
Reset

 

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ทีมงานจากกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำโดยนายอภินันต์ หนูพรหม ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและเร่งรัดการพัฒนา ได้เดินทางลงพื้นที่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประกอบการร้านอาหารไทย การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เกิดจากการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิดจากภาคสนาม โดยเฉพาะ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร ที่ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหาร เชฟชุมพล แจ้งไพร มอบหมายให้รับผิดชอบการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ของประเทศไทย และรองเลขาธิการ ศอ.บต. มีโอกาสลงพื้นที่ร่วมทำงานกับผู้ประกอบการและแรงงานไทยในร้านอาหารต้มยำกุ้งหลายแห่งในประเทศมาเลเซีย พร้อมทั้งร่วมประชุมหารือ จนนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้ถูกเสนอเข้าสู่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เซาท์พาวเวอร์ ซึ่งมี นายแพทย์สุรพงศ์ คงสืบวงศ์ลี เป็นประธานฯ โดยที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้ว และมีความพร้อมในการผลักดันให้เป็นมาตรการเชิงนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน ตามข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี

การพัฒนาในมิตินี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านอย่างเป็นระบบ ทั้งในเรื่องอาชีพ การศึกษา คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่า จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่นำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนของชุมชนในระยะยาว

ภารกิจในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่ขอความร่วมมือจาก ศอ.บต. ในการดำเนินการเชิงรุก สนับสนุนการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับ “ร้านต้มยำกุ้ง” ในประเทศมาเลเซีย และขยายต่อไปยังประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญด้านตลาดอาหารฮาลาลในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ร้านอาหารไทย “Thai Smile” และ “Bangkok Station” ซึ่งตั้งอยู่ที่ปูลัวปีนัง ประเทศมาเลเซีย ดำเนินกิจการโดยนายบูรฮันธ์ สาเม๊าะ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากประเทศไทย ที่สามารถสร้างแบรนด์ร้านอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยจุดเด่นเรื่องรสชาติอาหารไทยแท้และการออกแบบร้านที่สวยงามมีสไตล์ สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยควบคู่กับมาตรฐานฮาลาลอย่างลงตัว

ในการนี้ นายบูรฮันธ์ สาเม๊าะ เจ้าของร้าน “Thai Smile” และ “Bangkok Station” ได้กล่าวว่า “ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของร้าน Thai Smile และ Bangkok Station ในประเทศมาเลเซีย ผมมองว่า โครงการที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านอาหารและงานบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งครับ เพราะนอกจากจะช่วยยกระดับฝีมือแรงงานและเพิ่มโอกาสในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นคงทางรายได้ และลดปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมายได้จริง หากมีการกำหนดเงื่อนไขสัญญาแรงงานที่เป็นธรรม และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทุกคนก็จะสามารถทำงานด้วยความภาคภูมิใจ มีศักดิ์ศรีในอาชีพ และมีอนาคตที่มั่นคง ผมเองก็ยินดีที่จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่พร้อมสนับสนุนแรงงานไทยที่มีทักษะ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีไปด้วยกัน

ในด้านมุมมองของลูกค้าชาวมาเลเซีย หนึ่งในผู้ที่มารับประทานอาหารที่ร้าน ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า ตนเองประทับใจรสชาติอาหารไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมนูยอดนิยมอย่าง ต้มยำกุ้ง ปลากะพงนึ่งมะนาว และข้าวผัดต้มยำ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติกลมกล่อม เข้มข้น และถูกปากอย่างยิ่ง “โดยส่วนตัวชื่นชอบอาหารไทยอยู่แล้ว เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย มักจะหาร้านอาหารอร่อย ๆ เพื่อแวะชิม แต่ตอนนี้รู้สึกดีใจมากที่มีร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับมาเปิดอยู่ใกล้ที่ทำงานของตนเองในมาเลเซีย ทำให้สามารถแวะมาทานได้แทบทุกวัน และตนเองก็แนะนำเพื่อนร่วมงานให้มาลองด้วยกัน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยมาก และรู้สึกเหมือนได้ไปเยือนเมืองไทยผ่านรสชาติอาหารเลย”

อย่างไรก็ตาม ความนิยมของลูกค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซียสะท้อนให้เห็นว่า อาหารไทยยังคงครองใจผู้บริโภคในระดับนานาชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้าน “Thai Smile” และ “Bangkok Station” ได้นำเสนอในรูปแบบที่ยังคงความเป็นไทยแท้ ทั้งรสชาติ วัตถุดิบ และบรรยากาศร้าน ส่งผลให้ร้านอาหารไทยในต่างแดนไม่เพียงแต่เป็นสถานที่รับประทานอาหาร แต่ยังเป็นพื้นที่ถ่ายทอดวัฒนธรรม และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศได้อีกด้วย

นอกจากนี้ นายอภินันต์ หนูพรหม กล่าวด้วยว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเยี่ยมผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับฟังปัญหา เสนอแนะแนวทาง และวางรากฐานความร่วมมือในอนาคต เพื่อให้ธุรกิจของพี่น้องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไปประกอบกิจการในต่างแดน สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่บ้านเกิดอย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ ศอ.บต. มุ่งมั่นในการนำแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์มาเชื่อมโยงกับการพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ โดยการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านอาหารไทยในต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย และเรื่องนี้ได้รับความเห็นชอบในหลักการจากอนุกรรมการด้านอาหารและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติแล้ว โดยจะมีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 12 ปี แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ Quick Win (2 ปี), ระยะกลาง (5 ปี) และระยะต่อเนื่อง (5 ปี)” ต่อไป

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy