ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. Save the Children Thailand ผนึกกำลังภาคี พัฒนาแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เสริมระบบคุ้มครองเด็กในพื้นที่ชายแดนใต้ by งานประชาสัมพันธ์ 25/06/2025 25/06/2025 120 views 1 minutes read A+A- Reset 120 วันนี้ (25 มิถุนายน 2568) เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children Thailand) ร่วมกับ สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) และมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ได้จัดพิธีปิดโครงการ ‘การพัฒนาแผนรับมือและการคุ้มครองเด็กในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระยะที่ 2’ โดยมี นางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ม.) เป็นประธาน ทั้งนี้ เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children Thailand) และพันธมิตรในพื้นที่ชายแดนใต้ ได้ประกาศผลสำเร็จของโครงการ“การพัฒนาแผนรับมือและการคุ้มครองเด็กในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระยะที่ 2” ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี ในจังหวัดยะลา ครอบคลุม 6 ชุมชนและ 7 โรงเรียน โดยครั้งนี้ ได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านซีเยาะ ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา ภายในงานมีการสรุปผลการดำเนินการโครงการ และมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การนำเสนอผลการดำเนินงานและบทเรียนจากชุมชนต้นแบบ เวทีเสวนาที่สะท้อนมุมมองจากภาคีภาครัฐ ภาคประชาสังคม และผู้นำชุมชน การฝึกซ้อมแผนจำลองรับมือเหตุระเบิด ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กและชุมชนมีบทบาทในการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง รวมถึงพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยพลังของความร่วมมือและความหวัง สะท้อนให้เห็นว่า “ความปลอดภัยของเด็ก” ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นภารกิจร่วมกันของทั้งสังคมที่จะต้องดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน สำหรับ “การพัฒนาแผนรับมือและการคุ้มครองเด็กในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระยะที่ 2” ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแห่งสหภาพยุโรป (ECHO) และมีการทำงานร่วมกับสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) และมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เผชิญกับความเสี่ยงหลากหลาย ทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยจากน้ำมือมนุษย์ เพื่อให้สามารถจัดทำแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ครอบคลุมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้นำศาสนา หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และภาครัฐ