รองรัฐมนตรีฝ่ายจัดการคัมภีร์อัลกุรอาน กระทรวงวัฒนธรรมอิหร่านชื่นชมยินดีการสานสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน โดยมีคัมภีร์อัลกุรอานและมรดกทางวัฒนธรรมเป็นพื้นที่กลาง ประสานความร่วมมือการพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไป

81 views 1 minutes read
A+A-
Reset
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ประธานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานและคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะท่านฮุจญะตุลอิสลามวัลมุสลิมีน ฮามีดริฏอ อัรบาบ สุไลมานนี (Hojjatolislam Wal-Muslimeen Hamidreza Erbab Soleimani) รองรัฐมนตรีฝ่ายการจัดการคัมภีร์อัลกรุอานและเชื้อสายนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) กระทรวงวัฒนธรรมและแนวทางศาสนาอิสลาม และท่านซัยยิด มุสตอฟา อะห์มัด ฮูซัยนี นิชาบูรี (Dr. Seyed Mostafa Hosseini Neyshabori) ประธานศูนย์ระหว่างประเทศด้านคัมภีร์อัลกุรอานและการเผยแผ่ องค์การวัฒนธรรมและความสัมพันธ์อิสลาม

โดยท่านซัยยิด มุสตอฟา อะห์มัด ฮูซัยนี นิชาบูรี ได้กล่าวยินดีต้อนรับและขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำให้เกิดโครงการการแลกเปลี่ยนฯ ขึ้นมา รวมทั้งหวังว่าคณะไทยจะนำประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ ไปประยุกต์ใช้ในพิพิธภัณฑ์ของไทยต่อไป

โดยท่านฮุจญะตุลอิสลามวัลมุสลิมีนฯ ได้กล่าวยินดีต้อนรับและขอบคุณ พร้อมทั้งได้ให้ข้อคิดต่อพี่น้องมุสลิม ขอได้ละหมาดในช่วงต้นเวลาด้วยใจที่สงบ นอบน้อมระลึกถึงเอกองค์อัลลอฮ์และสงบนิ่งเพื่อเอาสิ่งที่ไม่ดีออกจากใจ รวมทั้งหวังว่าประเทศไทยและอิหร่านจะได้ร่วมมือในเรื่องคัมภีร์อัลกุรอานด้วยกันต่อไป

โดย นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ได้กล่าวในนาม เลขาธิการ ศอ.บต. ว่า รัฐบาลไทยโดย ศอ.บต. ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งในไมตรีจิตที่นายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี (H.E Mr. Nassereddin Heldari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เชิญคณะไทยให้มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณและมรดกทางวัฒนธรรมในครั้งนี้รวมถึงผู้อำนวยความสะดวกและดูแลจากทุกหน่วยงานอิหร่าน และเห็นว่าโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การดูแลรักษาคัมภีร์อัลกุรอาน มีความสำคัญและเกิดประโยชน์มากต่อการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการพัฒนาพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน ทั้งในด้านการรวบรวมและอนุรักษ์คัมภีร์อัลกรุอานที่มีอยู่ การตีพิมพ์ งานวิจัยและพัฒนา การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์และศูนย์เรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ทางคณะไทย เล็งเห็นถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันไทย-อิหร่านต่อไป อยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญร่วมพัฒนาบุคลากรในการเก็บรักษาคัมภีร์อัลกรุอาน 2) การเชิญอิหร่านมาจัดนิทรรศการคัมภีร์อัลกุรอาน และการเก็บรักษาคัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณด้วยเทคนิค Microfilm ที่พิพิธภัณฑ์ฯ ของประเทศไทย และ 3) เชื่อมความร่วมมือด้านเทคนิคการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์เก่าแก่อย่างเป็นระบบ โดยประสานความร่วมมือผ่านช่องทางสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย

กล่าวโดยสรุปได้ว่า โครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกรุอานและเอกสารโบราณและมรดกทางวัฒนธรรม ได้รับองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในศูนย์เรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานของไทย และได้กระชับความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิหร่าน ครบรอบ 70 ปี รวมทั้งได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไป

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy