สานสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน ศอ.บต. ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอาน และมรดกทางวัฒนธรรมอิสลาม ณ กรุงเตหะราน (Tehran) สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

63 views 1 minutes read
A+A-
Reset

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ประธานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานและคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมสถานสำคัญทางอารยธรรมอิหร่านที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงเตหะราน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ธนาคารเซปาห์ (Sepah Bank Museum) พิพิธภัณฑ์และโบสถ์แห่งชาติอาร์เมเนีย (Artak Manookian Museum) และโบสถ์ลัทธิบูชาไฟ (Zoroastrian Fire Temple) โดยพิพิธภัณฑ์ธนาคารเซปาห์ (Sepah Bank Museum) เคยเป็นธนาคารอิหร่านแห่งแรกที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1925 ซึ่งได้รวมกิจการกับธนาคารอิหร่านอื่น ๆ อีกสี่แห่งและสถาบันสินเชื่อหนึ่งแห่งเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อจัดแสดงวิวัฒนาการของเหรียญ แบบจำลองของโรงกษาปณ์ที่ผลิตเหรียญด้วยมือ และอุปกรณ์ธนาคารเก่าแก่และเอกสารต่างๆ ที่สะท้อนถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของอิหร่าน ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ส่วนพิพิธภัณฑ์และโบสถ์แห่งชาติอาร์เมเนีย (Artak Manookian Museum) จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ อาร์คบิชอป อาร์ตัก มานุกยาน (Archbishop Ardak Manoukian) ซึ่งเป็นอาร์คบิชอปที่สำคัญของชาวอาร์เมเนียในอิหร่านหลังการปฏิวัติอิสลาม และเพื่อจัดแสดงวัตถุทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับคริสตจักร Armenian เช่น สิ่งประดิษฐ์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แผนที่และต้นฉบับทางศาสนาที่เขียนด้วยลายมือ เสื้อผ้าสตรีอาร์เมเนียแบบดั้งเดิม ส่วนโบสถ์ลัทธิบูชาไฟโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrian Fire Temple) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิหารไฟอาเดรียน (Great Adorian) ได้จัดตั้งขึ้นในช่วงปลายอิหร่านยุคราชวงศ์กอญัร (Qajar era) ในปี ค.ศ. 1917 และได้เป็นหนึ่งในมรดกแห่งชาติของอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้ประกอบพิธีกรรมของลัทธิบูชาไฟโซโรอัสเตอร์ เช่น นอว์รูซ (Nowruz) ซาเดห์ (Sadeh) และจัดพิธีงานแต่งงาน เป็นต้น

ต่อมาคณะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการคัดลอกเล่มคัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณต้นฉบับ เป็นคัมภีร์เสมือนจริง ร่วมกับ ศูนย์ไมโครฟิล์มนานาชาติแห่งปัญญา (Noor International Microfilm Centre) และสำนักพิมพ์ Safirardehal เพื่อจัดเก็บรักษาคัมภีร์อัลกรุอานและเอกสารโบราณต้นฉบับไว้ ในตู้หรือกล่องโดยเฉพาะ เพื่อลดการเสียหายของต้นฉบับ รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการนำคัมภีร์อัลกรุอานและเอกสารโบราณฉบับจริงไปเผยแพร่ต่างพื้นที่ ด้วยคัมภีร์และเอกสารเสมือนจริง

นอกจากนี้ ถือเป็นเกียรติและให้ความสำคัญต่อคณะผู้แทนไทยอย่างสูง ที่หน่วยงานราชการของอิหร่านมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอาน และมรดกทางวัฒนธรรมอิสลาม ได้แก่ มหาวิทยาลัย Alzahra และศูนย์ไมโครฟิล์มนานาชาติแห่งปัญญา (Noor International Microfilm Centre) ได้มอบใบประกาศนียบัตรให้กับคณะผู้แทนไทย ที่ผ่านการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และฝึกปฏิบัติการครบตามหลักสูตรที่กำหนด

ทั้งนี้ การเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานในครั้งนี้ สะท้อนการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของอิหร่านเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอารยธรรมเปอร์เซีย วัฒนธรรมศาสนาอิสลามและคริสต์ และลัทธิบูชาไฟเซโรอัสเตอร์ ด้วยการคงรักษาต้นฉบับและการคัดลอกเป็นเอกสารเสมือนจริง และให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความเข้าใจและยอมรับในความต่าง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ควรนำไปประยุกต์การอยู่ร่วมกันในความหลากหลายทางวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการต่อยอดการพัฒนาพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานของไทยต่อไป

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy