สานสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน ศอ.บต. ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอาน ฯ และมรดกทางวัฒนธรรม ณ กรุงเตหราน (Tehran) สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

59 views 1 minutes read
A+A-
Reset

 

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. มอบหมายให้ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ประธานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน และคณะ ได้เข้ารับฟังการบรรยายเพื่อเรียนรู้สาเหตุและวิธีการดูแลรักษาเอกสารโบราณจากการทำลายทางชีวภาพ (Bio-damages of Written Works) รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เป็นอันตรายต่องานเขียน (Barrier Approach) ที่บรรยายโดย Dr. P. Mohammadi ศาสตราจารย์และอาจารย์ประจำคณะ Microbiology ณ Alzahra University ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับจุลินทรีย์และปัจจัยสภาพภูมิอากาศทางแสงแดด ความชื้น และอุณหภูมิ ที่เป็นสาเหตุสำคัญในการทำลายเอกสารโบราณและงานเขียนทุกอย่าง โดยประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้นสูงมาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อเอกสารงานเขียนอย่างรุนแรงมาก หากจะป้องกันแก้ปัญหาความอันตรายของจุลินทรีย์นี้ จะต้องมีเครื่องมือควบคุมระดับอุณหภูมิ 16 – 19 องศา และระดับความชื้น 45 – 60% ในห้องเก็บเอกสาร รวมถึงนำศาสตร์จุลชีววิทยา (Microbiology) มาใช้ดูแลการเก็บรักษาเอกสารอย่างจริงจัง

ต่อมาคณะได้เข้าเยี่ยมชมห้องทดลองวิทยาศาตร์ต่าง ๆ ของคณะ Microbiology เพื่อเรียนรู้การทดลองทางจุลินทรีย์ และสารธรรมชาติและสารเคมีที่ยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ ตั้งแต่การเก็บสิ่งปนเปื้อนจากเอกสาร การเพาะเชื้อสิ่งปนเปื้อน/จุลินทรีย์ การตรวจดูชนิดและพันธุกรรมของจุลินทรีย์ การเสาะหาและใช้สารที่ยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ และการเก็บข้อมูลสถิติติดตามผลกระทบของสารอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นได้เยี่ยมชมห้องสมุดกลางแห่งมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาเป็นผู้หญิงล้วน 1 ใน 2 แห่งของโลก จัดการสอนถึงระดับปริญญาเอก มีนักศึกษากว่า 10,000 คน เปิดมานานกว่า 60 ปี และเยี่ยมชมชั้นการเรียนรู้ทั้ง 6 ชั้น เพื่อเรียนรู้การจัดการเอกสารที่ผ่านการใช้ศาสตร์ Microbiology โดยเฉพาะเอกสารเก่าแก่ร้อยกว่าปี

การเยี่ยมชมในครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโลยี และการร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยและภาครัฐของอิหร่าน ในการดูแลจัดการและเก็บรักษาเอกสารโบราณของอิหร่าน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ควรนำไปประยุกต์และต่อยอดการพัฒนาพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานของไทยต่อไป

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy