ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. นายกเทศมนตรีนครยะลา เผย พร้อมผลักดัน “แฟชั่นปากายันมลายู” สู่เวทีโลก ยกระดับเศรษฐกิจจากรากเหง้าวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สากล by งานประชาสัมพันธ์ 31/05/2025 31/05/2025 185 views 0 minutes read A+A- Reset 185 นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เผยการจัดงานแฟชั่นโชว์ “ปากายัน มลายู 2025” ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้จังหวัดยะลากลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของโลกมลายู ในวันนี้ (30 พ.ค. 68) นายพงษ์ศักดิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงการส่งเสริมผ้าพื้นถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกสู่ตลาดโลก โดยเริ่มจากการสังเกตเห็นการเติบโตของร้านเสื้อผ้าในเขตเศรษฐกิจของเมืองยะลาในช่วงปีที่ผ่านมา ว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็วสวนกระแสเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน จึงเล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดให้ จชต.เป็นศูนย์กลางแฟชั่น โดยอาศัยความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผ่านเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ เพราะมาเลเซียและอินโดนีเซียถือเป็นตลาดใหญ่อีกประเทศ การร่วมมือกับทั้งสองประเทศนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดแฟชั่นมลายูไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก การออกแบบผ้ามลายูในโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสวมใส่แบบดั้งเดิม แต่มีการพัฒนาต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัย สามารถสวมใส่ได้ในระดับสากล โดยเทศบาลนครยะลาได้จัดประกวดการออกแบบ และนำชุดที่ชนะไปจัดแสดงในต่างประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร และมีแผนจะขยายสู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นโลก นายพงษ์ศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า “เราจึงต้องทำให้อัตลักษณ์เหล่านี้กินได้หรือสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นจริงให้กับประชาชน” เราไม่ได้ส่งเสริมแค่คนทำผ้า แต่ ดีไซเนอร์ ช่างตัดเย็บ และชาวบ้านที่ทอผ้า ก็ยังได้รับประโยชน์อีกด้วย แฟชั่น “ปากายัน มลายู” จึงกลายเป็นจุดดึงดูดประชาชนจากจังหวัดต่าง ๆ ฝั่งอันดามัน เช่น กระบี่ พังงา ตรัง และภูเก็ต ให้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ยะลา เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้าง “ผ้าบางชิ้นจากช่างฝีมือในพื้นที่เคยมีราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาท บัดนี้สามารถจำหน่ายในราคาหลักแสนเมื่อวางขายในห้างสรรพสินค้า เพราะความประณีตและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น” / นายพงษ์ศักดิ์กล่าว นอกจากนี้ เทศบาลนครยะลายังเน้นย้ำความสำคัญของวัฒนธรรมในความหมายที่กว้าง ไม่จำกัดแค่ศาสนา โดยส่งเสริมให้ประชาชนเปิดใจ เรียนรู้และแลกเปลี่ยนกับวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและพัฒนาอย่างยั่งยืน “เมื่อผู้คนเริ่มสนใจและเข้าใจวัฒนธรรมในบริบทที่แท้จริง จะนำไปสู่การอนุรักษ์และต่อยอดอัตลักษณ์ในระยะยาว และทำให้เศรษฐกิจของพื้นที่เติบโตไปพร้อมกับการรักษารากเหง้าวัฒนธรรม” เพราะการผลักดัน “แฟชั่นปากายัน มลายู” ของเทศบาลนครยะลา จึงไม่เพียงเป็นการจัดงานแฟชั่นโชว์ แต่คือการวางรากฐานใหม่ให้กับเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของยะลา ที่มุ่งสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวทิ้งท้าย