ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พบปะผู้เข้าร่วมกิจกรรมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ชง ครม. ออก Soft loan 1.5 หมื่นล้าน แบ่งเบาภาระผู้ประกอบการชายแดนใต้ by งานประชาสัมพันธ์ 17/05/2025 17/05/2025 214 views 1 minutes read A+A- Reset 214 วันนี้ (17 พฤษภาคม 2568) ที่ ห้องพิมพ์มาดา โรงแรมปาร์ควิว อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การสร้างความโปร่งใสในระบบการเงินและการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรม ในกิจกรรม การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินและมาตรการขยาย Soft loan ของ คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายอับดุลอายี สาแม็ง รองประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคคนที่ 4 นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ผู้แทนจากสถาบันธนาคาร ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้แทนจากสภาหอการค้าในจังหวัดชายแดนใต้ ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ภาควิชาการ ตลอดจน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ จำนวน 220 คน เข้าร่วม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า “วันนี้มาในฐานะรัฐบาล มารับฟังข้อเสนอของภาคส่วนต่าง ๆ และในฐานะตัวแทนของประชาชน ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดและอยากจะมาผลักดันให้ และจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการและการลงทุนของผู้ประกอบการในพื้นที่ และเพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติการปรับปรุงเงื่อนไขและต่ออายุโครงการ Soft loan ภาคใต้ ซึ่งโครงการปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนนี้ ให้ขยายออกไป โดยในรายละเอียดของโครงการ Soft loan ภาคใต้ที่จะเสนอใหม่นี้ ได้เตรียมวงเงินไว้ทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน (Soft Loan) ให้กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประกอบด้วยทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งสถาบันการเงินที่ได้รับวงเงิน Soft loan จะนำไปปล่อยสินเชื่อต่อให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส รวมถึงพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเทพา อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่โดยตรง” สำหรับข้อเสนอแนวทางเพื่อเสริมความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของรัฐบาลนั้น ความเป็นมาในการดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ที่รัฐบาลดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อลดข้อจำกัดในทางปฏิบัติบางประการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการในการช่วยฟื้นฟูกิจการ และลดภาระหนี้สินของประชาชนอย่างแท้จริง สำหรับ ข้อเสนอแนวทางเพื่อให้การดำเนินโครงการ Soft Loan มีประสิทธิผลสูงสุด และคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนผู้เป็นลูกหนี้ เสนอให้พิจารณาประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบาย อาทิ ในหลายกรณี ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องโดยการชำระหนี้เดิม ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ Soft Loan เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว จะไม่สามารถฟื้นฟูธุรกิจได้อย่างแท้จริง และเสนอให้ผ่อนปรนข้อจำกัดดังกล่าวโดย ให้สามารถใช้ Soft Loan เพื่อชำระหนี้เดิมได้ ภายใต้เงื่อนไขว่า ฝ่ายเจ้าหนี้จะต้องปรับลดภาระของลูกหนี้ควบคู่กัน รวมถึง ข้อเสนอในการกำหนดให้เจ้าหนี้ ที่ลูกหนี้ได้รับ Soft Loan ต้องปรับลดภาระหนี้ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เดิมลง หรือการขยายระยะเวลาการชำระหนี้เดิมให้เหมาะสม กับศักยภาพของลูกหนี้ รวมถึงการส่งเสริมการ “ปรับโครงสร้างหนี้” อย่างเป็นระบบ โดยอาศัย Soft Loan เป็นกลไกในการเปลี่ยนผ่าน นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะถึงการบังคับใช้ลำดับการตัดชำระหนี้ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้สถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้ ที่เข้าร่วมโครงการ ต้องปฏิบัติตามแนวทาง “การตัดหนี้แนวขวาง” ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2563) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564 เพื่อให้การชำระหนี้ของลูกหนี้สามารถลดเงินต้นได้จริง และไม่เกิดกรณีที่ประชาชนชำระหนี้เป็นเวลานานโดยหนี้ไม่ลด สำหรับข้อเสนอแนะทั้งหมดเบื้องต้น ผลที่คาดว่าจะได้รับ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ Soft Loan ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก สามารถลดภาระดอกเบี้ยสะสมและภาวะหนี้เรื้อรังของลูกหนี้ เสริมสร้างความเป็นธรรมในระบบสินเชื่อ และต่อมาตรการภาครัฐ