ประชุมหน่วยขึ้นตรง (วาระพิเศษ) แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัย พร้อมรับมือเหตุรุนแรงด้วยกฎหมาย ด้าน ศอ.บต. หนุนเยียวยาและเสริมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่

156 views 1 minutes read
A+A-
Reset
วันนี้ (24 เมษายน 2568) เวลา 09.30 น. ที่ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมประชุมหน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำเดือนเมษายน 2568 โดยมี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานเปิดการประชุม

ในการนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เปิดเผยว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความพยายามสร้างเหตุความไม่สงบจากกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใกล้ชิด ห่วงใยประชาชน และดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจเป็นผลจากการบิดเบือนข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งใช้เป็นเงื่อนไขในการกระทำความรุนแรง โดยในนามของฝ่ายความมั่นคง ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่า จะเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ในส่วนของกรณีการบิดเบือนข้อมูล ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนปฏิบัติงานตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีหน้าที่หลักในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมกันนี้ ขอประณามการกระทำรุนแรงที่มุ่งเป้าทำร้ายพี่น้องชาวพุทธ ชาวมุสลิม และพระสงฆ์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อหลักศาสนา และเป็นอาชญากรรมที่ต้องถูกลงโทษ ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ ที่ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง เพื่อเร่งนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว

นอกจากนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะ ทหาร ตำรวจ และพลเรือน เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในทุกช่วงเทศกาล เพื่อให้ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่เกิดความสุขและความปลอดภัย พร้อมทั้งชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ตามแผนของรัฐบาล เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

ด้าน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยถึงการเยียวยาและบทบาทของ ศอ.บต. ในการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมท่ามกลางความพยายามสร้างความแตกแยกทางศาสนา ว่า แนวทางของ ศอ.บต. มุ่งเน้นเรื่องความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และยั่งยืน ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างไทยพุทธและมุสลิม บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการยอมรับในความหลากหลาย ซึ่งเป็นรากฐานของสังคมพหุวัฒนธรรมที่มั่นคง การป้องกันความแตกแยกต้องอาศัยการสื่อสารที่สร้างสรรค์ ความจริงใจจากรัฐ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น การเยียวยาในเชิงจิตใจและสังคม เป็นสิ่งสำคัญมาก ศอ.บต. ให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ ไม่เพียงในด้านกายภาพหรือเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมถึงด้านจิตใจ โดยการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น การพูดคุยสันติภาพ การจัดเวทีชุมชน และการเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้สูญเสียทั้งไทยพุทธและมุสลิมอย่างเท่าเทียม

ในขณะเดียวกัน พลตำรวตตรี วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจเองนั้น ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีการรวบรวมสำนวนคดีและพยานหลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและหลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยเสริม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง และแม่นยำมากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การระบุและจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด

สุดท้าย นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ฝ่ายปกครองยังคงมุ่งเน้นให้ความปลอดภัยแก่ชุมชนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองระดับอำเภอ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์และป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส เพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy