ข่าวกิจกรรม ศอ.บต. นกปรอดหัวโขน สัตว์เศรษฐกิจ สร้างมูลค่าให้ ปชช. ภายใต้มนต์เสน่ห์และวิถีชีวิต ตามอัตลักษณ์ของคนพื้นที่ นำไปสู่ความยั่งยืน by งานประชาสัมพันธ์ 22/04/2025 22/04/2025 123 views 1 minutes read A+A- Reset 123 จากมหกรรมการแข่งขันประชันเสียงนกปรอดหัวโขนนานาชาติ ที่ได้มีการจัดการแข่งขันขึ้น ณ สนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดย ศอ.บต. และ ชมรมปรอดหัวโขน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 19 – 20 เมษายน 2568 ที่มีกลุ่มชาวเลี้ยงนกจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทยรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านต่างนำนกมาเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 3,000 ตัว สร้างปรากฏการณ์และภาพประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อีก 1 สนาม ของกลุ่มผู้ที่เลี้ยงนก โดยวันแรกมีการแข่งขัน 2 ประเภท ได้แก่ประเภท VIP และประเภทแฟนซี ผลปรากฏว่าประเภท VIP 4 ยก 10 ดอก รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 1 ได้แก่ บังรอน ยะลา ลำดับที่ 2 ได้แก่ คชสาร ภูเก็ต ลำดับที่ 3 ได้แก่ บอย จอมมาร กระบี่ ลำดับที่ 4 ได้แก่ แบแว ประเทศมาเลเซีย และลำดับที่ 5 ได้แก่ ช่างจา หาดใหญ่ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นผู้มอบรางวัล ประเภทแฟนซี 4 ยก 9 ดอก ผู้รับรางวัลชนะเลิศ ลำดับที่ 1 ได้แก่ กัน พัทลุง ลำดับที่ 2 ได้แก่ ฟลุค สตูล ลำดับที่ 3 ได้แก่ เฮง พังงา ลำดับที่ 4 ได้แก่ มาเฟีย สุราษ 300 ทุ่งใหญ่ และลำดับที่ 5 ได้แก่ PSF Farm เกาะลันตา กระบี่ โดยมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้มอบรางวัล และวันที่ 2 เป็นการแข่งขันในประเภท open มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีผู้เข้าแข่งขันในประเภท open กันอย่างล้นหลาม สำหรับผลคะแนนในประเภท open ปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่เบิ้ลปียา ปัตตานี รองชนะเลิศอันดับที่ 1. คชสาร ภูเก็ต รองชนะเลิศอันดับที่ 2. เต็ง 1 นราธิวาส รองชนะเลิศอันดับที่ 3. เอกยะลา รองชนะเลิศอันดับที่ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันการประชันเสียงนกปรอดหัวโขน ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันเพื่อต้องการชัยชนะเอาเงินรางวัลเท่านั้น แต่ทำให้เห็นว่ายังมีกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ในพื้นที่ หรือแม้แต่กระทั่งร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งการแข่งขัน 2 วันที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานกว่า 7,000 คน ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ ให้กลับมาครึกครื้นมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงมนต์เสน่ห์ ภายใต้วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในการหนุน Soft Power ผ่านสัตว์เศรษฐกิจที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างมหาศาล ก่อให้เกิดความยั่งยืนกับชุมชนอย่างแท้จริง