ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมสืบทอดประเพณีการทอดผ้ากฐิน โดยกรมศาสนาร่วมกับคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล และเครือข่าย จัดพิธีถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา

169 views 1 minutes read
A+A-
Reset

วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2567) เวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมภาคใต้ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นางสาวเกษร บุญถนอม ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมบัญชีกลาง) ร่วมในพิธีผ้ากฐินสามัคคี เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยสมทบทุนการสร้างระบบสาธารณูปการ ด้วยระบบสายไฟใต้ดิน ระบบน้ำประปา และระบบต่าง ๆ โดยกรมการศาสนา เป็นเจ้าภาพจัดพิธีถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่ หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกระพังสุรินทร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เจ้าภาพกฐิน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศร่วมในพิธีจำนวนมาก

ในการนี้ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล คณะสงฆ์หนใต้ และวัดพระธรรมกาย ศูนย์ปฏิบัติธรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี ร่วมกันจัดโครงการถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยการถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะได้นำไปถวายให้กับวัดพุทธในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 301 วัด ในจังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี ที่ตกค้างกฐิน ไม่มีเจ้าภาพกฐิน หรือบางวัดก็จัดเป็นทอดผ้าป่าเพื่อทำนุบำรุงวัดและเป็นกำลังใจให้กับพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด ได้ทำการสำรวจวัดที่ต้องการความช่วยเหลือวัดที่ไม่มีเจ้าภาพในการทอดกฐิน ทั้งธรรมยุตและมหานิกาย ซึ่งมีพระสงฆ์ยังอยู่ในพื้นที่เนื่องจากเป็นวัดบ้านเกิด และมีความประสงค์ที่จะรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ในแผ่นดินเกิด ซึ่งประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมาช้านาน โดยมีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของพระมหากษัตริย์จัดเป็น
พระราชพิธีที่สำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ มานานหลายปีทำให้มีวัดและที่พักสงฆ์จำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย มีกฐินตกค้าง เพราะไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าภาพกฐิน กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีหน้าที่ทำนุบำรุง ศิลปะ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม และคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล นำโดยพระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา พระวิเทศวัชราจารย์ เลขานุการหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล ทำหน้าที่พระธรรมทูตเผยแผ่พระพุทธศาสนา เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการจัดโครงการถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ตลอดจนเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป ซึ่งจากการสำรวจพบว่า วัดที่จะรับการทอดถวายผ้ากฐิน จำนวน 3 วัด ถวายผ้ากฐินสมทบ จำนวน 11 วัด และถวายผ้าป่า จำนวน 288 วัด รวมทั้งสิ้น 302 วัด

ด้าน พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่าการรักษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่โดยตรงซึ่งพระพุทธองค์ฝากไว้ให้พุทธบริษัท ๔ ได้สามัคคีช่วยกันสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวโลก วัดพระธรรมกาย ในฐานะภาคีร่วมจัดงานฯรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้รับความเมตตาจากคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล ให้สนองงานคณะสงฆ์ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน ทั้งนี้ทางวัดฯพร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจสืบทอดพระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั้งปวงจะได้สนองพระราชศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมบุญใหญ่ครั้งนี้ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา

นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ยังได้จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2567 ณ วัดกะพังสุรินทร์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 14.00 น. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรม และพิธีกรรม มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและพิธีกรรมที่ดีงาม รวมทั้งให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรักษ์ภักดีเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ร่วมใจกันทำบุญเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานราชการ องค์กร คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวไทย และสืบสาน อนุรักษ์ สืบทอดประเพณีการทอดผ้ากฐินซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นมรดกล้ำค่าในพระพุทธศาสนาและของประเทศชาติให้ยั่งยืนสืบไป

เว็บไซต์ sbpac.go.th มีการใช้งานเทคโนโลยีคุกกี้ หรือ เทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับคุกกี้ โปรดศึกษานโยบายการใช้คุกกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลก่อนใช้บริการเว็บไซต์ ยอมรับ อ่านข้อมูล

Privacy & Cookies Policy