logo_spinning ศอ.บต.ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ในวันที่ 27 กันยายน 2561 . คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning ประกาศผู้ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัด ศอ.บต. คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning

รองเลขาธิการ ศอ.บต. พบปะและมอบนโยบายแก่บุคลากรเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารงานและทิศทางการดำเนินงานของ ศอ.บต. ในอนาคต

         วันนี้ (4 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น.) ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. พบปะและมอบนโยบายเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารงานและทิศทางการดำเนินงานของ ศอ.บต. ในอนาคต “การก้าวเดินของ ศอ.บต. จากวันนี้สู่อนาคตภายใต้ภารกิจและบทบาทใหม่” โดยมี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ต่างๆ ตลอดจนเจ้าหน้าที่บุคลากร ของ ศอ.บต. เข้าร่วมรับฟัง
 
 
         พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า วันนี้เป็นการพบปะเจ้าหน้าที่บุคลากรของ ศอ.บต. เพื่อวางแผนในการก้าวเดินไปสู่อนาคตเพื่อให้เข้าใจตรงกัน บุคลากรของ ศอ.บต. มีความสำคัญเท่ากันทั้งสิ้น วันนี้เป็นการมาพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจเพื่อก้าวไปด้วยกัน และสร้างสิ่งที่เรารอคอยคือความสงบและสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ในขณะนี้ดีขึ้นตามลำดับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้คือเป็นบทบาทที่ทางรัฐบาลให้ดำเนินการ โดยเปลี่ยนภารกิจ เปลี่ยนโครงสร้าง พันธกิจ อำนาจหน้าที่ ที่ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า พวกเราจึงจำเป็นต้องรับทราบและเข้าใจตรงกัน โดยหน่วยงานหลักที่ต้องพาแผ่นดินใต้ไปสู่ความสงบคือ กอ.รมน. ภาค 4 สน. โดย ศอ.บต. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานในการอำนวยการบริหารจัดการภาคใต้ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่เราต้องดูแล เป็นพื้นที่ที่เราต้องทำให้เกิดความสงบและสันติสุขให้ได้ในอนาคตข้างหน้า วันนี้ถึงเวลาที่ ศอ.บต. ต้องปรับบทบาทตัวเองอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับประเทศที่จะเดินไปข้างหน้า 20 ปี รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพภายใน ของ ศอ.บต. และลดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ โดยเราจะทำในส่วนที่จะเติมช่องว่างและนำองค์ความรู้ต่างๆมาปรับเพื่อนำไปสู่องค์กรยุคใหม่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
 
         สำหรับผลการดำเนินงานของ ศอ.บต.ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการภายใต้การน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ และนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนนโยบายและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมถึงคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลการดำเนินงานในภาพรวมประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ
 
 

แม่ทัพภาค 4 จับมือร่วมกับ ศอ.บต. สร้างพื้นที่ปลอดเหตุ คนปลอดภัย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
       วันที่ 3 ตุลาคม 2561  เวลา 09.30 น. พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำข้าราชการ ศอ.บต. ร่วมประชุมแถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2562  โดย พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4  ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  เป็นประธานในการประชุม พร้อมแถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2562 
 
       โดยการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุม ๑ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีกองกำลังฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วม ซึ่งในที่ประชุมมีการชี้แจง ผลการปฏิบัติงานประจำปี 2561 ของแต่ละหน่วยงานในพื้นที่  รวมถึงชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการกำลังพลในการปฏิบัติงานประจำปี 2562  แถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2562 นำเสนอผลงานด้านการข่าวและแนวโน้มสถานการณ์ในอนาคต ตลอดจนแนวทางการควบคุมพื้นที่และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
 
        ทั้งนี้ภายหลังจากการประชุม แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยแนวทางการดำเนินงานของกองทัพภาคที่ 4 ว่า ในปี 2562 จะเน้นการดำเนินงานเพื่อปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ โดยมุ่งในส่วนของการกวาดล้าง  จับกุม และเฝ้าระวัง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องใช้กฎหมายในการดำเนินการกับผู้กระทำผิด  ในขณะเดียวกันกองทัพภาคที่ 4  จะดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ทั้ง นายอำเภอ ซึ่งมีกำลังฝ่ายปกครอง และ หน่วยเฉพาะกิจ  ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ รวมถึงภาคประชาชน และผู้นำศาสนา ซึ่งหากมีการกระทำความผิดและมีหลักฐานก็จะดำเนินคดีทันที โดยเฉพาะในกลุ่มของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
 
        แม่ทัพภาค 4 กล่าวอีกด้วยว่า ในส่วนของความสงบเรียบร้อยนั้น กองทัพภาคที่ 4  ตั้งแนวทางไว้ว่าจะดำเนินการ ร่วมกับ ศอ.บต. เพื่อทำให้ทุกพื้นที่ปลอดเหตุ คนปลอดภัย ซึ่งประชาชนในพื้นที่จะต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกๆด้านไปพร้อมๆกัน
 
       อย่างไรก็ตามในการแถลงครั้งนี้ แม่ทัพภาค 4 ย้ำถึงการเข้าดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ว่าไม่มีความหนักใจ เนื่องจากที่ผ่านมาทำงานในพื้นที่มาโดยตลอด มีความผูกพันและรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี อีกทั้งมีความเข้าใจบริบทในความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
 

รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา พร้อมผู้แทน ศอ.บต.  หัวหน้าส่วนราชการ และครูในพื้นที่ ร่วมเทิดพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนพรรษาครบรอบ 66 พรรษา ในงาน Symposium สื่อสองภาษาฯ ไทย-มลายู แบบประยุกต์ จชต.
      วันนี้ (3 ตุลาคม 2561) เวลา 09.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเทิดพระเกียรติ         สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ปฐมฤกษ์รัชกาลที่ 10 ในราชวงศ์จักรี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนพรรษาครบรอบ 66 พรรษา พร้อมเป็นประธานเปิดงาน Symposium สื่อสองภาษาบูรณาการทักษะ EF (Executive Functions) และนิทรรศการ โครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ระบบสองภาษา (ไทย-มลายู) แบบประยุกต์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้ภาษามลายูเป็นสะพานเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ และเพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาไทย มีทักษะการคิดเชิงบริหาร EF เตรียมความพร้อมในการเรียนของเด็กได้มากกว่าระดับสติปัญญา IQ พร้อมกระตุ้นให้เด็กปฐมวัยต้องการมาโรงเรียนมากขึ้น อีกทั้งเพื่อให้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยและคณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนได้ส่วนเสียในการตอบสนองความต้องการของชุมชน โดยมีนายสุวิทธิ์ ชูมัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ และคณาจารย์ในพื้นที่จังหวัดยะลาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
 
       นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวขอบคุณครูผู้สอนในพื้นที่ และสถานศึกษาทุกโรงที่ร่วมกันใช้ภาษามลายูเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้ภาษาไทยที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ต่อไปในระดับประถมศึกษา และเพื่อปูพื้นฐานนักเรียนในการเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน อย่างไรก็ดีผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ระบบสองภาษา (ไทย-มลายู) แบบประยุกต์ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผลเป็นที่ประจักษ์ว่า เป็นโครงการที่พัฒนารูปแบบการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาชีพ อีกทั้งยังส่งผลก่อให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนกับบุคลากรทางการศึกษาอีกด้วย
 
         ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลายังได้มอบรางวัลแก่โรงเรียนที่นักเรียนมีผลการสอบ O-NET สูงเทียบเท่าคะแนนระดับประเทศ รางวัลโรงเรียนและห้องสมุดดีเด่น ในส่วนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ระบบสองภาษาฯ ในปีงบประมาณ 2561 นี้ มีโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดยะลาเข้าร่วม ทั้งสิ้น 70 โรงเรียน
 

คณะเจ้าหน้าที่กองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. เข้าร่วมโครงการศึกษาแนวทางต่อต้านแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรง และการสร้างเรื่องเล่าตอบโต้ ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์
         เมื่อวันที่ (1 ตุลาคม 2561)  คณะเจ้าหน้าที่กองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. เข้าร่วมโครงการศึกษาแนวทางต่อต้านแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรง และการสร้างเรื่องเล่าตอบโต้ ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 2 ตุลาคม  2561 นำคณะโดย นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมผู้แทนหน่วยงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าพบประธานศูนย์ Hedayah พร้อมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจและกิจกรรมของศูนย์ฯ
 
         สำหรับศูนย์ Hedayah จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวคิดและที่กักเก็บข้อมูล หรือ “Think and Do Tank” ด้านการต่อต้านความรุนแรง Countering Violent Extremism (CVE) ที่เป็นอิสระภายใต้กรอบที่ประชุมสภาการต่อต้านการก่อการร้ายทั่วโลก หรือ Global Counter-Terrorism Forum (GCTF) โดยได้มีการเปิดตัวใน ทปช. ระดับรัฐมตรี GCTF ที่นครนิวยอร์ก เมื่อปีค.ศ. 2011 ซึ่งยูเออีได้เสนอตัวเป็นที่ตั้งของศูนย์ฯ ต่อมาได้มีการเปิดทําการศูนย์ฯ ที่กรุงอาบูดาบีเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ประเทศสมาชิก GCTF ดําเนินกลยุทธ์ในเชิงยุทธศาสตร์และอยู่บนพื้นฐานการวิจัยทางวิชาการ (empirical) มากขึ้น อีกทั้ง ศูนย์ Hedayah ดำเนินงานด้านเปิดเวทีส่งเสริมการสื่อสารและการปรับกระบวนงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และออกแบบแนวทางตอบสนองตามหลักวิชาการสร้างความตระหนักรู้แก่ภาครัฐถึงความสําคัญของการใช้มาตรการที่ไม่เป็นการคุกคาม เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตลอดจนศึกษาความเชื่อมโยงกับประสิทธิผลของมาตรการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาประสิทธิภาพโครงการและและนโยบาย
 
      นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยได้เข้าพบและรับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ Sawab เป็นศูนย์สร้างสารตอบโต้แห่งแรกนอกสหรัฐฯ เพื่อส่งสารเชิงบวกเกี่ยวกับการบริจาคทานในห้วงดือนรอมฎอน และกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ อีกด้วย
 

เนื้อหาอื่นๆ...

A- A A+



Sample banner

 
 
ระบบร้องเรียนร้องทุกข์
Sample banner
ระบบลงทะเบียนนักศึกษาต่างประเทศ
ศูนย์ประสานงานนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
 
สมุดโทรศัพท์ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner

คำถามที่พบบ่อย

สินค้าฮาลาล 3 จชต.

 
แบบสำรวจข้อมูลบุคลากร
การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติของ ศอ.บต.
การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2558
การประเมินคุณธรรมเเละความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
การพัฒนาคุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน จชต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner