logo_spinning ศอ.บต.ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ในวันที่ 27 กันยายน 2561 . คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning ประกาศผู้ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัด ศอ.บต. คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning

เลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมรับฟังการแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์บ้านโต๊ะชูด  อำเภอทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี พร้อมดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาญาติผู้เสียชีวิตตามระเบียบ กพต.
     วันนี้ ( 7 เมษายน 2558 เวลา 10.00 น. ) ที่ห้องพิมพ์มาดา โรงแรมปาร์ควิว รีสอร์ท จังหวัดปัตตานี พลโทปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา รวมถึงสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์บ้านโต๊ะชูด อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี โดยมีนายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีและคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์บ้านโต๊ะชูด อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี นำโดยนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เป็นผู้แถลงการณ์
     สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ที่บ้านโต๊ะชูด ได้มีคน 3 กลุ่มไปที่บ้านที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ได้แก่ กลุ่มคนงานก่อสร้าง กลุ่มที่เข้าเจรจาค่าเสียหายเรื่องรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ และกลุ่มคนที่เข้าไปมั่วสุมเพื่อที่จะเสพยาเสพติดบริเวณที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีกองกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษช่วยส่วนรวม (นปพ.ช่วยส่วนรวม) เข้าปิดล้อมตรวจค้น บริเวณที่เกิดเหตุ และควบคุมตัวบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ทั้งหมดจำนวน 22 คน โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกซึ่งสงสัยว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขณะปิดล้อมตรวจค้นได้มีกลุ่มคนในที่เกิดเหตุจำนวน 5 คน ได้วิ่งหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ไปด้านหลังของบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่บางส่วนไล่ติดตาม ต่อมาได้มีการใช้อาวุธปืนปะทะกันที่บริเวณสวนยางพารา ห่างจากบ้านที่กำลังก่อสร้างซึ่งเป็นที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วย นายคอลิด สาแม็ง  นายมะดารี แมเราะ  นายซัดดัม  วานุ  และนายสูไฮมี เซ็นแหละ
     สำหรับผลสอบนั้น คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ตั้งประเด็นสอบสวนไว้ 3 ประเด็น ได้แก่ประเด็นที่ 1 ผู้ตายทั้ง 4 คน เป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่ ซึ่งทางคณะกรรมการตรวจสอบลงความเห็นว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนไม่ใช่ผู้ก่อเหตุรุนแรง และไม่ใช่แนวร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ประเด็นที่ 2 การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลหรือไม่  ซึ่งทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความเห็นในชั้นนี้ว่า จุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชอบด้วยเหตุผลในการปฏิบัติการ ประเด็นที่ 3 การวิสามัญฆาตกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีความเห็นว่า การเสียชีวิตทั้ง 4 รายนั้น เกิดขึ้นห่างจากจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการประมาณ 300 เมตร ในบริเวณป่าสวนยางพารา มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการเท่านั้นที่เห็นเหตุการณ์ ประกอบกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีเวลาจำกัดในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพียง 7 วัน จึงไม่สามารถหาพยานอื่นใดมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทัน ทั้งนี้สำหรับข้อเสนอของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมี 2 ข้อ  คือ เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเห็นสมควรเสนอให้มีการเยียวยาตามระเบียบคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
     ด้านนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีกลุ่มพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะญาติของผู้เสียหายได้ร้องเรียนที่ ศอ.บต. และทาง ศอ.บต. ได้รับเรื่องไว้และประสานกับทางจังหวัดและท่านแม่ทัพภาคที่ 4 และเป็นที่มาของการเกิดคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้ง 15 ท่าน ในส่วนของทุ่งยางแดงโมเดลเป็นมิติของการที่นำเอาภาคประชาชนมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นการทำงานที่ถือว่าได้ผลมาก และเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนกับเหตุการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ถือเป็นทุ่งยางแดงอีกมิติหนึ่งเป็นมิติของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่คิดว่าเป็นตัวแบบได้เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลต่างๆอย่างรอบคอบและรวดเร็วรอบด้านในเรื่องกฎหมาย มีคำถามที่เกี่ยวพันกับทาง ศอ.บต. โดยเฉพาะเรื่องเยียวยาซึ่งจะดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย โดยจะใช้การตัดสินข้อวินิจฉัยและข้อเสนอของคณะกรรมการในวันนี้มาสู่เรื่องของการดำเนินการตามกฎเกณฑ์ต่อไป
     ทั้งนี้ นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ครอบครัวละ 500,000 บาท
 
 

ศอ.บต. จัดแถลงข่าว “ ร้อยคนหมื่นปี” และ “ตลาดนัดภูมิปัญญาผู้สูงอายุ จชต.  เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า และ เป็นแบบอย่างให้กับลูกหลาน
     (วันที่ 7 เมษายน 2558 เวลา 11.00 น.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้นายขวัญชาติ ศุภรานันต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงข่าว “ร้อยคนหมื่นปี” และ “ตลาดนัดภูมิปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดชายแดนภาคใต้" พร้อมกับนางตีเมาะ สาแม อายุ 104 ปี นายมาโนช บุญญานุวัตร นายสงัด บุญชูวงศ์ และนางเชาวนีย์ ไชยขวัญ ตัวแทนผู้สูงอายุ มาบอกเล่าประสบการณ์เคล็ดลับการใช้ชีวิต  
     นอกจากนี้ ศอ.บต. ร่วมกับศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านทักษิณ จังหวัดยะลา ได้จัดโครงการตลาดนัดภูมิปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจนสร้างรายได้ให้กับชุมชน อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต โดยในวันนี้ มีการสาธิตภูมิปัญญาผู้สูงอายุจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย กระเป๋าลดโลกร้อน ภูมิปัญญาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านทักษิณ จังหวัดยะลา การเล่นหนังตะลุง ภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณี ตำบลตรัง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ไม้ตีแมลงวัน ภูมิปัญญาด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ตำบลยุโป  อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และข้าวต้มมัด-ต้มสามเหลี่ยม ภูมิปัญญาด้านพาณิชย์และบริการ ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ณ ห้องโถง อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
      นายขวัญชาติ ศุภรานันต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นปรากฏการณ์ที่ชัดเจนของสังคมไทยในขณะนี้ โดยพบว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านคน กำลังเพิ่มเป็น 17.7 ล้านคนในปี 2573 (สถิติจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ) จากสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของประชากรไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในภาพรวม ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ผลจากการสำรวจในเดือนธันวาคม 2557 ของสำนักประสานนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ศอ.บต.พบว่ามีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี อยู่จำนวนทั้งสิ้น 161 คน แยกออกเป็นเพศหญิงจำนวน 96 คน เพศชาย 65 คน อายุสูงสุด คือ อายุ 118 ปี ชื่อนายอารงค์ ซีเซ็ง บ้านเลขที่ 133 หมู่ที่ 8 ตำบลปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส และอายุ 115 ปี ชื่อนายเจ๊ะมะ มะอุ อยู่บ้านเลขที่ 247 หมู่ที่ 1 ตำบลปานาเระ อำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี จากผลการสำรวจจำนวนผู้สูงอายุเกินร้อยปีที่มีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องของบุคคลนั้น ประกอบกับการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เหมาะสมในการดำรงชีวิต อีกทั้งความอบอุ่นในครอบครัว รวมถึงการดูแลด้วยความรักและห่วงใยของลูกหลาน ญาติพี่น้อง ส่งผลให้ชีวิตมีความสุขมีอายุยืนยาว เป็นแบบอย่างให้อนุชนรุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม ทำให้เห็นว่า ท่ามกลาวเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ยังปรากฏสิ่งดีงามให้เห็นอยู่อีกมาก
      ด้านนางตีเมาะ สาแม อายุ 104 ปี อยู่ในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นคนดูแลตัวเองมาตลอด โดยยึดอาชีพค้าขาย เวลาไปไหนมาไหนจะเดินเท่าไป ปัจจุบันสามารถไปตลาดจับจ่ายซื้อของได้ ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ตนไม่เคยเจ็บป่วย เพราะให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ถือว่าเป็นการดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองปลอดจากโรค ในเรื่องของอาหารการกิน จะชอบกินข้าวกับปลา และผักต้ม ดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำอุ่นเป็นกิจวัตรประจำวัน
       ขณะเดียวกัน สำนักประสานนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแนวทางช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน โดยการรับบริจาคเตียงและที่นอนลมจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ในวันนี้นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มอบเตียงให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับผู้ป่วยติดเตียงจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558
 

นักกีฬาปันจักสีลัตทีมชาติไทยอุ่นเครื่องซีเกมส์เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างสวัสดิภาพ หลังสร้างชื่อ  คว้า 3เหรียญทอง 2เหรียญเงิน 5เหรียญทองแดง
     วันนี้ (6 เมษายน 2558)เวลา 13.00 น. ณ.สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพิทยา รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ผู้ปกครองนักกีฬา ประชาชนทั่วไป ร่วมให้การต้อนรับ นักกีฬาปันจักสีลัตทีมชาติไทย ชุดอุ่นเครื่องซีเกมส์ที่เดินทางกลับหลังสร้างชื่อ คว้า 3เหรียญทอง 2เหรียญเงิน 5เหรียญทองแดง ในการแข่งขันปรีซีเกมส์ (South East Pencak Silat Championsh 2015 )ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยทัพนักกีฬาปันจักสีลัตทีมชาติไทยสามารถคว้ามาได้ 3 เหรียญทอง จากน.ส.ฟิรดาวส์ ดุรอแม  น.ส.เรวดี ดำศรี และนายสุรศักดิ์ เด็กหลี  และ  2 เหรียญเงิน จาก น.ส.พิมพ์ชนก  ยิ่งแย้ม (ปันจักลีลาเดียวหญิง) นายอาดีลัน เจ๊ะแมง และ 5 เหรียญทองแดง จาก นายธีรพงศ์ หมุนแทนนายสิทธิพงศ์ รอดสุด นายฮาฟิตร์ อะเดหวี นายเศกสรรค์ ศรีหมานและ น.ส.ศุภรัศมิ์ เขี้ยวแก้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 เวลา 13.00 น. สมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทยพร้อม ส่งนักกีฬาสู้ศึกการแข่งขันพรีซีเกมส์ ณ ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดย นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศอ.บต./นายกสมาคมปันจักสีลัตแห่งประเทศไทย มอบหมายให้ ผศ.ดร.เกษม  เบ็ญจวงศ์  ผู้จัดการทีม เป็นผู้ดูแลและนำทัพทีมนักกีฬาปันจักสีลัตไทยเดินทางสู่ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันพรีซีเกมส์ หรือ 5th Southeast Asian Pencak Silat Championship 2015, Singapore ระหว่างวันที่ 3-6 เมษายน 2558 ภายใต้การควบคุมดูแลฝึกซ้อมของ โค้ช Mr.Suhartono ชาวอินโดนีเซีย และสิบตรีอับดุลเลาะ มะหลี ผู้ช่วยโค้ชชาวไทย ส่วนประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งครั้งนี้มีด้วยกัน 6 ประเทศคือ บรูไนร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และ ไทย
     ด้านน.ส.ฟิรดาวส์ ดุรอแม  นักกีฬาปัญจักสีลัตทีมชาติไทยเหรียญทอง กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และขอขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ช่วยกันส่งแรงใจในครั้งนี้ ตนเองอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้หันมาสนใจด้านกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้เล่นได้ทั้งสิ้น
     ด้านน.ส.เรวดี ดำศรี และนายสุรศักดิ์ เด็กหลี  ก็กล่าวเช่นเดียวกันว่าขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนโดยเฉพาะท่านภาณุ อุทัยรัตน์ นายกสมาคมปัญจักสีลัตแห่งประเทศไทยที่ช่วยผลักดันให้นักกีฬาทุกคนได้มีโอกาสสร้างชื่อให้ประเทศไทย
    ผศ.ดร.เกษม  เบ็ญจวงศ์  ผู้จัดการทีม กล่าวด้วยว่าในวันนี้ นับว่าไทยเรามีความพร้อมมากๆ ที่จะลงแข่งขันในซีเกมส์อีก 2 เดือนข้างหน้า ที่สำคัญเราได้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ และอยากฝากถึงน้อง ๆ เยาวชนที่ต้องการจะเข้ามาเล่นกีฬาปัญจักสีลัตว่า ให้มีความมุมานะ และตั้งใจจริง โอกาสรออยู่เสมอ

 

เลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับนักศึกษาไทยในเยเมน ซึ่งเดินทางกลับมายังภูมิลำเนาในพื้นที่ จชต. อย่างปลอดภัย
      วันนี้ ( 6 เมษายน 2558 เวลา 11.00 น. ) ที่สถานีรถไฟจังหวัดยะลา นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย นายขวัญชาติ วงศุภรานันต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสามารถ วราดิศัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ให้การต้อนรับ นายแวอารีฟ แวดอยี อายุ 19 ปี ภูมิลำเนาจากจังหวัดนราธิวาส และนายไพศาล ยะเกะ อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาจากจังหวัดยะลา โดยเป็นนักศึกษาไทย 2 คนที่อพยพจากเมืองอูไดด้า สาธารณรัฐเยเมน ซึ่งเป็นเมืองที่กำลังมีเหตุการณ์ความไม่สงบ เข้ามายังประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา และเดินทางกลับมายังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างปลอดภัย
      นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า การกลับบ้านของนักศึกษาไทยทั้ง 2 คนในครั้งนี้ เป็นการอพยพนักศึกษารุ่นแรก ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศได้ไปรับทั้ง 2 คนที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เด็กทั้งสองเดินทางกลับมายังภูมิลำเนา โดยคนแรกอยู่ที่จังหวัดยะลา ซึ่งมีครอบครัวมารอรับ และอีกคนหนึ่งคือภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการติดต่อในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ว่านักศึกษาทั้งสองคนจะเดินทางกลับมา ขณะเดียวกันทาง ศอ.บต. เองก็เป็นหน่วยประชาสัมพันธ์ที่คอยบอกข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยเฉพาะญาติพี่น้องที่มีลูกหลานที่ศึกษาอยู่ที่เยเมน ซึ่งทางราชการต้องใช้วิธีการเกลี้ยกล่อม มีคนไทยทั้งหมด 193 คนด้วยกัน และเป็นเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 126 คน ส่วนหนึ่งอยู่ไกลกว่าพื้นที่ที่มีการสู่รบก็จริงแต่คิดว่าระยะเวลาของการสู้รบหรือการควบคุมอาณาเขตพื้นที่ของการสู้รบไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ ทางรัฐบาลไทยเป็นห่วงในความปลอดภัย เป็นห่วงในความเป็นอยู่ของนักศึกษา โดยพยายามจะให้คนเหล่านี้ได้อพยพออกมาจากเยเมน วันนี้เดินทางกลับมา 2 คน ซึ่งทางรัฐบาลมีความห่วงใยที่ส่งมาถึงนักศึกษาที่จะให้ทุกคนปลอดภัย
     ด้านนายไพศาล ยะเกะ  กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดในประเทศเยเมนมีการสู้รบอย่างหนักพอสมควร โดยทางซาอุดีอาระเบียส่งเครื่องบินโจมตีทางอากาศใกล้กับมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่เพียง 700เมตร ซึ่งสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น และยังมีเพื่อนๆนักศึกษาที่ยังอยู่ที่ประเทศเยเมนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศกำลังประสานงานเพื่อนำนักศึกษาไทยกลับมายังภูมิลำเนาของตนโดยปลอดภัยและเร็วๆนี้น่าจะสามารถเดินทางกลับมาได้
 
A- A A+



Sample banner

 
 
ระบบร้องเรียนร้องทุกข์
Sample banner
ระบบลงทะเบียนนักศึกษาต่างประเทศ
ศูนย์ประสานงานนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
 
สมุดโทรศัพท์ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner

คำถามที่พบบ่อย

สินค้าฮาลาล 3 จชต.

 
แบบสำรวจข้อมูลบุคลากร
การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติของ ศอ.บต.
การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2558
การประเมินคุณธรรมเเละความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
การพัฒนาคุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน จชต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner