logo_spinning ศอ.บต.ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ในวันที่ 27 กันยายน 2561 . คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning ประกาศผู้ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัด ศอ.บต. คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning

            วันที่ 24 กันยายน 2561 เวลา 09:30 น. ที่ห้องประชุมชั้น5 อาคารวิทยอิสลามนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในพิธีปิดและร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากนักศึกษาแลกเปลี่ยน ในโครงการ Mini Seed Thailand 2018 โดยมี ผ.ศ.ดร. มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ดร.บดินทร์ แวลาเตะ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา พร้อมด้วยคณะอาจารย์จากมหาวิทยาสงขลานครินทร์ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนักศึกษาจาก 4 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี และมหาวิทยาลัยมาเลเซียกลันตัน จำนวน 70 คนเข้าร่วมโครงการ
 
          ทั้งนี้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคมในการพัฒนาเศรษฐกิจ (Socail Enterprise for Economic Development)  หรือโครงการ Mini Seed Thailand 2018 เป็นโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศและกิจกรรมพัฒนาภาวะผู้นำของนักศึกษา โดยเป็นการให้ผู้เข้าร่วมโครงการทำเวิร์คช็อปเกี่ยวกับแผนธุรกิจที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่น เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมให้มีความมั่นคงและยั่งยืน
 
            พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า โครงการ Mini Seed Thailand 2018 เป็นโครงการที่ดีมากอีกโครงการหนึ่งที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาและสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในอนาคต ซึ่งความคาดหวังของสถาบันการศึกษาคือการที่นักศึกษาจบมาต้องเป็นคนดี และมีงานทำ  โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุน ให้ทุกคนมีที่ยืน มีอาชีพ และมีรายได้ โดยจากการนำเสนอของตัวแทนนักศึกษา ทั้งกลุ่มปลูกพืชผักและปุ๋ย กลุ่มปลากระชัง กลุ่มแกะเนื้อปูเพื่อจำหน่าย กลุ่มเม็ดมะม่วงหิมพานต์  และกลุ่มที่พักรีสอร์ทการท่องเที่ยว อาจเป็นอาชีพเล็กๆแต่เป็นอาชีพที่มีความต้องการของตลาดในอนาคต ซึ่งต้องมีการต่อยอด ด้วยกระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และขยายช่องทางการตลาดให้มากขึ้น โดย ศอ.บต. พร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและเชื่อมโยงขยายเครือข่ายระหว่างองค์กรและพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จากข้อดีของโครงการนี้จะเป็นส่วนช่วยสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรมในพื้นที่ ทั้งนี้ด้านการท่องเที่ยวให้เน้นในด้านของความสะอาดและปลอดภัยของพื้นที่  อีกทั้งให้ตัวแทนนักศึกษาทั้งหมดเป็นแกนหลักในการปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ใส่ใจและร่วมกันคิดเพื่อพัฒนาพื้นที่ถิ่นเกิดของตนเองในอนาคตต่อไป
 
            ด้านนายฟาฮัน สาและ ตัวแทนนักศึกษาไทย ได้กล่าวถึงการโครงการ Mini Seed Thailand 2018 ว่าเป็นโครงการภาคีที่ใหญ่มากและมีการจัดในหลายประเทศทั่วโลก  ซึ่งที่จัดในปัตตานีอาจเป็นแค่ส่วนย่อยแต่ก็มีนักศึกษาจากต่างชาติเข้าร่วมโครงการนี้หลายคน โดยทุกคนจะได้รับความรู้และแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันเพื่อการพัฒนาพื้นที่  ซึ่งจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจบริบทในพื้นที่มากยิ่งขึ้น และสามารถนำปัญหาในพื้นที่ด้านการพัฒนาธุรกิจมาต่อยอด และใช้แนวคิดเชิงกระบวนการ ซึ่งจะเป็นข้อดีแก่คนในพื้นที่และตนเองที่จะสามารถใช้แนวคิดใหม่ๆเพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น
 
           อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมาในพื้นที่ บ้านฮูแตตูวอ นิคมสหกรณ์บาเจาะ ที่ให้ผู้เข้าร่วมโครงการทำเวิรค์ช็อปเกี่ยวกับแผนธุรกิจที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง  ด้วยการสร้างความเปลี่ยนแปลง  ทั้งในด้านความสนใจ ความตั้งใจ รวมถึงความต้องการของชาวบ้านอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก สามารถเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย มีผลผลิตทางการเกษตรให้จำหน่าย กลุ่มเกษตรกรสามารถรวมตัวจัดตั้งเป็นองค์กรได้ดียิ่งขึ้น สำหรับในปีนี้มีพื้นที่เป้าหมายโครงการฯอยู่ที่อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอหนองจิก และอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถสร้างแนวทางการพัฒนาและต่อยอดแนวทางการสร้างอาชีพ ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาที่มั่นคง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต
 

ศอ.บต.นำนักธุรกิจ ซาอุดิอาระเบีย เยี่ยมชมโรงงานอาหารแปรรูปในพื้นที่ จชต. เบื้องต้นนักธุรกิจสนใจต่อยอดด้านการค้า เพื่อนำไปจำหน่ายในประเทศและประเทศคู่ค้าฝั่งตะวันออก
        วันนี้ (24 กันยายน 2561) เจ้าหน้าที่จากกองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. นำ Nidal al shaer Executive Manager และคณะนักธุรกิจจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา ร่วมชมธุรกิจแปรรูปในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งวันนี้คณะจะอยู่ในพื้นที่เป็นวันสุดท้าย โดยได้เยี่ยมชมการแปรรูปผลไม้ของบริษัทซัน โฟรเซ่น ฟรุ้ต จำกัด ซึ่งมีการแปรรูปจากผลไม้สดทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด เป็นเวเฟอร์ และทุเรียนอบแห้ง โดยในการเยี่ยมชมครั้งนี้คณะได้มีโอกาสพูดคุยกับ ว่าที่ร้อยเจตน์ มาหามะ เจ้าของบริษัท ซึ่งมีสมญานามว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ในพื้นที่ " อายุน้อยร้อยล้าน " พร้อมทั้งนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และคณะผู้บริหารบริษัทด้วย
 
          ทั้งนี้จากการพูดคุยคณะนักธุรกิจจากซาอุดิอาระเบีย ให้ความสนใจ เกี่ยวกับการแปรรูปผลไม้อย่างมาก เนื่องจากในประเทศซาอุดีอาระเบียมีการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยเป็นหลักอยู่ด้วย หากได้สินค้าที่แปรรูปแล้วจะทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงระยะเวลาในการจัดเก็บที่สามารถวางจำหน่ายได้เป็นเวลานานและจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง
 
            อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่คณะจะเดินทางมายังจังหวัดนราธิวาส คณะได้เดินทางไปยังจังหวัดยะลา เยี่ยมชมการผลิตนมถั่วเหลือง ภายในบริษัท ตอยยีบัน ฟู้ดส์ จำกัด ซึ่งมีการนำเมล็ดถั่วเหลืองมาสกัดเป็นน้ำนมถั่วเหลือง บรรจุขวดจำหน่าย โดยบริษัทนี้มีการวางจำหน่ายกับคู่ค้าต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้นักธุรกิจที่เดินทางมาในครั้งนี้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ และมีการเจรจาเพื่อต่อยอดธุรกิจในการนำเข้าซาอุดิอาระเบีย พร้อมเชิญเจ้าของร่วมเดินทางไปยังประเทศซาอุดิอาระเบียเพื่อร่วมดูตลาด รวมถึงสร้างความมั่นใจในการลงทุน
 
        สำหรับการเดินทางมาของคณะนักธุรกิจซาอุดิอาระเบียในครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นภายใต้โครงการของกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ซึ่งมีนายอับดุลรอฮิม ดาตูมะดา รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เดินทางมาพร้อมคณะด้วย
 
             นายอับดุลรอฮิม ดาตูมะดา รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่ของคณะครั้งนี้ ถือว่าผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะหากเจรจาลงตัวจะทำให้ในพื้นที่มีเม็ดเงินจากการส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศซาอุดิอาระเบียและประเทศฝั่งตะวันออกหลายร้อยล้านบาท
 
 

ศอ.บต. จัดงานรวมพลคนบูโด สร้างความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาที่ดิน โดยรอบอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีหลังดำเนินการ  สำเร็จแล้ว 13,132  แปลง
        วันนี้ (24 กันยายน 2561 เวลา 10.20 น.) ที่ ห้องพญาตานี โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี    พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานเปิดกิจกรรมรวมพลคนบูโด โดยมี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต. รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
 
          นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ศอ.บต. สนับสนุนช่วยเหลือโดยการมอบเอกสารสิทธิให้แก่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณอุทยานบูโด-สุไหงปาดี และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่รอบบูโด-สุไหงปาดี ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากที่เคยเสียโอกาสต่างๆ และวันนี้เป็นการจัดงานเพื่อรวมพลคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของบูโด-สุไหงปาดี  คือ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน ผู้ที่อยู่นอกพื้นที่ทับซ้อน   และผู้ที่จะได้รับการออกโฉนดอีก 4 ปี       คือสำหรับพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่ในเขตบูโดแต่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องทั้ง 3 จังหวัด วันนี้เป็นการรวมพลกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังในการทำงาน ซึ่งรัฐบาลนำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการแก้ปัญหาที่ดินบูโด-สุไหงปาดี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตสังคมที่ดี ในขณะเดียวกันต้องได้รับความความเชื่อมั่นจากประชาชนและรัฐบาลเป็นผู้เติมเต็มความเชื่อมั่นโดยการให้มีเอกสารสิทธิ มีที่ทำกิน เพื่อให้พี่น้องประชาชนตระหนักและได้มีส่วนร่วม เพราะหัวใจของการรวมพลคือการมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
          นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต. กล่าวว่า ความก้าวหน้าของการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ดินโดยรอบอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีที่ผ่านมา ได้มีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน บริเวณนอกเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี และพื้นที่โดยรอบรัศมี      2 กิโลเมตร ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกรมที่ดินได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเดินสำรวจ  ออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 ศูนย์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2558-2561 ได้ทำการรังวัดและออกโฉนดแล้วจำนวน 47,732 แปลง รวมทั้ง      การรับรองการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดินของราษฎรในเขตพื้นที่แนวบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด- สุไหงปาดี ปัจจุบันคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดินราษฎรระดับอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ พื้นที่ 3 จังหวัดได้รับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครอง ตามมติคณะรัฐมนตรี 14 ตุลาคม 2551 แล้ว จำนวน 13,132 แปลง เนื้อที่ 60,003 ไร่ ตลอดจนการดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการประกาศอุทยานฯทับซ้อนและอยู่ในระหว่างพิสูจน์สิทธิที่ดินทำกิน โดย ศอ.บต.  ได้สนับสนุนงบประมาณให้อำเภอและเครือข่ายงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบพึ่งตนเองได้ เพิ่มรายได้ และช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากจน มาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน กว่า 5,000 ราย
 
           นายอิสมาแอ ตูแป อีหม่ามมัสยิดดารุลวุซกอ บ้านกำปงปีแซ ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการมารับโฉนดที่ดินของมัสยิดดารุลวุซกอ รู้สึกดีใจแทนพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ที่ทางรัฐบาลได้ออกโฉนดให้ เนื่องจากในอดีตพี่น้องในพื้นที่ลำบากในการ ทำมาหากิน เมื่อได้รับโฉนดทำให้สามารถทำมาหากินได้สะดวกยิ่งขึ้น ขอขอบคุณทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน
 
         สำหรับกิจกรรมรวมพลคนบูโดในครั้งนี้จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเห็นถึงความจริงใจจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-  สุไหงปาดี ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี  2542 และได้แก้ไขปัญหามีความก้าวหน้าเป็นไปตามลำดับ  นอกจากนี้ภายในงานได้มีการมอบหนังสือรับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครองที่ดินให้กับประชาชนซึ่งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในการถือครองที่ดินราษฎรระดับอำเภอ ได้รับรองการพิสูจน์สิทธิการถือครองตามมติคณะรัฐมนตรี 14 ตุลาคม 2551 แล้ว จำนวน 13,132 แปลง และมอบโฉนดที่ดิน จำนวน 50 ราย กลุ่มเป้าหมายเป็นเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงและบริเวณใกล้เคียงจากปัญหาที่ดินบริเวณอุทยานแห่งชาติบูโด- สุไหงปาดี จำนวนทั้งสิ้น 890 คน กำหนดจัดกิจกรรม จำนวน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 23-24 กันยายน 2561 
 

ภาคประชาสังคม พร้อมเป็นโซ่ข้อกลางแก้ไขปัญหา จชต. ขณะที่รองเลขาธิการ ศอ.บต. เชิญชวนทุกฝ่ายร่วมจุดเทียนนำแสงสว่างและสันติสุขสู่พื้นที่
       วันนี้ (24 กันยายน 2561) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา สำนักประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดมหกรรมรวมพลังภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ร่วมแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม และมีเครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคประชาชน นักเรียน นักศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 1,200 คน ทั้งนี้การจัดงานรวมพลังภาคประชาสังคมฯในครั้งนี้ เพื่อแสดงศักยภาพ พลังที่จะเป็นโซ่ข้อกลางในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เห็นในพลังอันยิ่งใหญ่ของภาคประชาสังคม
 
        นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. พบปะภาคประชาสังคมและกล่าวถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เดินทางมาถึงยกสุดท้าย และในไม่ช้าคนในประเทศและต่างประเทศก็จะได้เห็นความสันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ อย่างไรก็ดีทุกประเทศต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่ต้องตอบสนองประชาชนที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันและประชาชนในอนาคต ซึ่งความขัดแย้งถือเป็นจุดกึ่งกลางก่อให้เกิด 3 ประการคือ ความแตกแยก ความก้าวแก่เด็ก เยาวชนและประชาชน และความรุนแรง โจทย์ทั้ง 3 ประการเป็นสิ่งที่ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน นักประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. นักเรียน นักศึกษา ต้องร่วมกันแก้ไข เป็นโซ่ข้อกลางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561นี้เป็นต้นไป เนื่องจากบทบาทหน้าที่ของภาคประชาสังคมหลังจากนี้จะไม่ใช่เพียงโซ่ข้อกลางระหว่างรัฐกับประชาชนเท่านั้น แต่จะต้องร่วมกันแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี ให้จริงจังและเป็นรูปธรรมในปี 2562 และทำอย่างไรให้ผู้เห็นต่างอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข พร้อมขับเคลื่อน ทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพสังคมร่วมกับ ศอ.บต. และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ทั้งนี้อยากเชิญชวนทุกฝ่ายมาร่วมสร้างผีเสื้อและดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ร่วมกันจุดเทียนคนละเล่ม เพื่อรวมกันให้แสงสว่างและสันติสุขเกิดขึ้นในบ้านเรา
 
        และในช่วงบ่ายของงานมหกรรมรวมพลังภาคประชาสังคมฯ นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ได้เดินทางมาพบปะและพูดคุยให้กำลังใจแก่พี่น้องภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยได้กล่าวถึงผลงานความสำเร็จที่สามารถจับต้องได้ในปีนี้ขององค์กรภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ และปีงบประมาณต่อไปรัฐบาลพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากภาคประชาสังคมถือเป็นจิตอาสาพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ที่ต้องทำความเข้าใจแก่คนในสังคม นักเรียน นักศึกษา เกี่ยวกับนโยบายการแก้ไขปัญหาของรัฐ และร่วมกันเป็นพลังในการสร้างสันติสุขในพื้นที่
 
          สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะแสดงถึงพลังภาคประชาสังคมที่ทุกคนพร้อมเป็นโซ่ข้อกลางในการแก้ไขปัญหาแล้ว ภายในงานยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มภาคประชาชน ร้านค้าชุมชน หมู่บ้านเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสินค้าของกลุ่มภาคประชาสังคม รวมถึงมีจัดแสดงเกี่ยวกับกิจกรรมการทำงานขององค์การภาคประชาสังคมในโครงการต่างๆที่ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และศอ.บต.ให้การสนับสนุนด้วย
 

เนื้อหาอื่นๆ...

A- A A+



Sample banner

 
 
ระบบร้องเรียนร้องทุกข์
Sample banner
ระบบลงทะเบียนนักศึกษาต่างประเทศ
ศูนย์ประสานงานนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
 
สมุดโทรศัพท์ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner

คำถามที่พบบ่อย

สินค้าฮาลาล 3 จชต.

 
แบบสำรวจข้อมูลบุคลากร
การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติของ ศอ.บต.
การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2558
การประเมินคุณธรรมเเละความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
การพัฒนาคุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน จชต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner