Select Page

วันที่ 23 กันยายน 2565 ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านประสานการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยนางสุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และคณะสื่อมวลชนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงผู้แทนสื่อจากสำนักข่าว Bernama ประเทศมาเลเซีย ลงพื้นที่เยี่ยมชมมัสยิดกรือเซะ หรือมัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นมัสยิดที่มีความเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี ในอดีตสันนิษฐานได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ปัจจุบันมัสยิดแห่งนี้ได้ถูกกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนไว้ตั้้งแต่ปี 2525 ให้เป็นโบราณสถาน และทำการบูรณะซ่อมแซม เพื่อให้มัสยิดกรือเซะคงสภาพเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองปัตตานี และใช้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาด้วย โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้แทนส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้นคณะฯ ได้เดินทางไปสุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งตั้งอยู่ติดกับมัสยิดกรือเซะ เป็นสุสานที่มีเรื่องเล่าขานกันมาตั้งแต่ในอดีต และมีความสำคัญของพี่น้องชาวปัตตานีมาก โดยเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพนับถือบูชามาจวบจนปัจจุบัน

ต่อมาคณะฯ ได้เดินทางไปล่องเรือเยี่ยมชมชุมชนบาราโหมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีป่าโกงกาง ป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ในระดับประเทศ สามารถเที่ยวชมดูนกทะเลนานาชนิด ชมป่าชายเลนธรรมชาติ การทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์ยิ่ง นอกจากได้สัมผัสวิถีชีวิตอันงดงามและเรียนรู้วัฒนธรรมของคนปัตตานีดั้งเดิมของคนในชุมชนแล้ว ยังสามารถเลือกชมและชิมสินค้า ผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้านที่มีความอร่อยเป็นที่คุ้นเคยเลื่องลือของคนในภูมิภาคนี้และอยู่ระหว่างการสนับสนุนของจังหวัดที่จะผลักดันเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งรายได้ของชุมชนในอนาคต

ในการนี้ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฯ เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า..การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่ละครั้งรู้ประทับใจมากโดยเฉพาะในชุมชนที่มีความหลากหลายภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมบนความหลากหลาย อีกทั้งเรื่องของอาหารที่ได้นำความเป็นพื้นถิ่นมาดัดแปลงเป็นเมนูที่มีความมหัสจรรย์มาก เป็นอะไรที่มีเสน่ห์และชวนให้น่าหลงใหลอย่างไม่ควรพลาดจริงๆ

จากนั้นคณะฯ ได้เดินทางไปที่วัดทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมชุมชนและสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิต ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ที่อยู่อย่างสงบร่มเย็นตลอดมา สร้างการรับรู้ให้เป็นที่รู้จักในนามของชุมชนคุณธรรมต้นแบบ โดยมี นายอับดุลการีม ยีดำ นายอำเภอโคกโพธิ์ ส่วนราชการ ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ร่วมให้ต้อนรับนอกจากนี้คณะสื่อมวลชนยังได้นั่งรถจิ๊บ เพื่อเดินทางไปยังมัสยิดนัจมุดดีน (มัสยิดโบราณ 300 ปี) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับวัดทรายขาว โดยเป็นมัสยิดที่ไทยพุทธ และไทยมุสลิม ร่วมกันสร้างขึ้นปัจจุบันพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านฉบับเขียนด้วยมือและเครื่องมือการก่อสร้างบางส่วนยังคงเก็บรักษาไว้รูปแบบการก่อสร้างเป็นศิลปะการก่อสร้างตามแบบศิลปกรรมที่สืบทอดกันมา

ภายหลังเสร็จสิ้นคณะฯ ได้เดินทางต่อไปยังจุดที่ 5 ซึ่งเป็นชุมชนวัฒนธรรมจีนกือดาจีนอมีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวตั้งอยู่ที่ชุมชนกือดาจีนอซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการค้าในอดีต แถมปัจจุบันยังคงเหลือสถาปัตยกรรมผสมผสานแบบไทยและจีนหลงเหลืออยู่ให้เห็นอีกหลายหลังแถมยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของผู้คนในชุมชนให้ทุกคนได้เห็นและสัมผัสกันอีกด้วย อาทิ บ้านกงสี บ้านธรรมศาลา บ้านเลขที่ 1 บ้านรังนก บ้านตึกขาว บ้านหลวงวิชิตศุลกากร เรือนรับรองบ้านหลวงสุนทรสิทธิโลหะด้วย