Select Page

วันนี้ (12 ม.ค. 2564) พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยหนัก ในพื้นที่ ต.ม่วงเตี้ย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เพื่อพบปะ เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัยหนักในทั้ง 2 พื้นที่ พร้อมมอบถุงยังชีพใน อ.แม่ลาน 300 ชุด อ.สุไหงโกลก 500 ชุด โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. พลโท เกรียงไกร ศรีรัก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด และประชาชนผู้ประสบอุทกภัยร่วมให้การต้อนรับ 

 สำหรับพื้นที่ ต.ม่วงเตี้ย อ.แม่ลาน เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำจ.ยะลาและนราธิวาส ร้อยละ 100 เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำเชื่อมต่อที่สำคัญคือ แม่น้ำปัตตานี มีต้นน้ำจากเทือกเขาสูงจ.ยะลา ไหลผ่านเขื่อนบางลาง จ.ยะลา และแม่น้ำสายบุรี ซึ่งมีต้นน้ำจากเทือกเขาสูงในจ.นราธิวาส โดยสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้แม่น้ำสายหลักมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งและสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับจังหวัดปัตตานี มีน้ำไหลหลากในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอแม่ลาน อำเภอสายบุรี อำเภอหนองจิก อำเภอกะพ้อ อำเภอไม้แก่นและอำเภอยะรัง รวม 16 ตำบล 101 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 9,082 หมู่บ้าน ในส่วนของ จ.นราธิวาส มีพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จำนวน 11 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุคิริน อำเภอระแงะ อำเภอยี่งอ อำเภอจะแนะ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอรือเสาะ อำเภอศรีสาคร อำเภอแว้ง อำเภอตากใบ โดยมีพื้นที่ประสบภัย 49 ตำบล 209 หมู่บ้าน 39 เขตเทศบาล มีผู้ประสบภัย 16,051 ครัวเรือน รวม 30,573 คน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวตอนหนึ่งขณะพบปะประชาชนว่า จะเร่งหารือผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังเช่นนี้ทุกปี อีกทั้งยังเผยว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ห่วงใยพี่น้องในพื้นที่ เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแล ช่วยเหลือและช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่พังเสียหายด้วย