Select Page

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พ.ศ.2548 เพื่อแก้ไขการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ Covid-19 โดยจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 26 มีนาคม 2563 นี้

สำหรับสถานการณ์โดยรวมของ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการในการเฝ้าระวังและรับมือการป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส Covid-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขของผู้ติดเชื้อยืนยันในพื้นที่จังหวัดปัตตานีมีจำนวน 27 คน จังหวัดยะลามีจำนวน 24 คน จังหวัดนราธิวาสมีจำนวน 6 คน จังหวัดสงขลามีจำนวน 18 คน และจังหวัดสตูลยังไม่พบผู้ติดเชื้อ รวมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ป่วยยืนยันทั้งสิ้น 75 คน และยังไม่พบผู้เสียชีวิต  ล่าสุด ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะ หน่วยงานที่จัดตั้งศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการและแก้ปัญหาผลกระทบโรคโควิด-19 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เน้นย้ำและเร่งให้ผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ให้ปฏิบัติตามประกาศของจุฬาราชมนตรีเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค อย่างเคร่งครัด เช่น ให้งดการสลามด้วยการสัมผัสมือ งดการละหมาดญะมาอะห์และการละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะมีสภาวการณ์ในทางที่ดีขึ้น

ในขณะที่เทศบาลนครยะลาได้จัดให้มีการทำความสะอาดถนนสิโรรส ตั้งแต่ถนนพาดรถไฟไปจนถึงถนนสิโรรส 14 (หอนาฬิกาตลาดเก่า) เขตชุมชนตลาดเก่า พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) และจะทยอยดำเนินการในถนนเส้นอื่นๆต่อไป นอกจากนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกน ตรวจจับอุณหภูมิร่างกาย ด้วยระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อน เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนที่เดินทางเข้าตัวเมืองยะลา โดยการทำงานของเครื่องดังกล่าว หากพบคนที่มีอุณหภูมิในร่างกายสูง ตัวเครื่องก็จะเกิดเสียงดัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ สามารถรู้ตัวผู้มีอาการต้องสงสัยที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจะมีการประสานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมาตรวจสอบ

นอกจากนี้ได้มีการตั้งจุดคัดกรองประชาชนที่เดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร และประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ ที่จะเข้าสู่เมืองยะลา ทั้งขาเข้าและขาออก ณ สถานีรถไฟยะลาอย่างเข้มงวดตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ไม่ให้แพร่ระบาดไปยังวงกว้าง ในขณะเดียวกันทางสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.ยะลา โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดยะลาร่วมกับทางเทศกิจ เทศบาลนครยะลา ได้เริ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯและปริมณฑลเข้าสู่จังหวัดยะลาโดยมีจุดคัดกรอง ณ สถานีขนส่งยะลา ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามทางจังหวัดได้กำชับให้ผู้ที่กลับจากกรุงเทพมหานครและพื้นที่เสี่ยงให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงกักกันตัวเองที่บ้านอย่างเคร่งครัดอย่างน้อย 14 วัน ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้อื่น เว้นระยะห่าง ระหว่างกัน 1-2  เมตร งดและลดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ไม่ไปในพื้นที่แออัด และแยกสำรับอาหาร สังเกตอาการหากมีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ ให้รีบพบแพทย์ทันที

ในขณะที่บรรยากาศในพื้นที่จังหวัดยะลา พี่น้องประชาชนได้มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องออกจากบ้าน และได้ตั้งจุดบริการ เจลล้างมือตามร้านค้าต่างๆ รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลเว่น มีการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ในบริเวณจุดชำระเงิน และคุมเข้มเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส Covid-19