Select Page

 ​ ​  ​ วันนี้ (25 สิงหาคม 2562) พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ รักษาการประธานองคมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานเปิดกิจกรรมแนะแนวและสอนเสริม เพื่อการศึกษาต่อสำหรับเยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” และเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 300 คน โดยมี นายอารีย์ วงศ์อารยะ รองประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” พลเอก พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้แทนตำรวจ ทหาร หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

 ​ ​  ​ ในการนี้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ รักษาการประธานองคมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ได้ให้โอวาทแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการว่า เยาวชนทั้งหลายคืออนาคตของชาติ บ้านเมือง ซึ่งรัฐบาลไทยอยากจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้า มีอาชีพ มีการงานที่ดีและมั่นคง และอยากทุกคนได้ช่วยกันที่จะพัฒนาบ้านเมืองของให้มีความเจริญ ให้มีความก้าวหน้า ต่อไปในอนาคต หากเราไม่มีคนรุ่นใหม่ที่จะมาช่วยกัน บ้านเมืองของเราก็จะไม่มีความก้าวหน้า ฉะนั้นปัญหาที่เรามีอยู่ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ขอให้ทุกคนช่วยกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และสิ่งเหล่านั้นก็จะคลี่คลายไปในที่สุด ซึ่งผมเชื่อว่าในการแก้ไขปัญหาทุกอย่างไม่เกินความสามารถของพวกเราทุกคน โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของการศึกษาที่ของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าเทียบกับในภาคอื่นๆ ของประเทศไทย ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องมาช่วยกันในการยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาของเราให้ดีขึ้น สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นถือว่าเป็นแค่ ส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทางการศึกษาเฉพาะด้าน แต่ส่วนสำคัญที่เป็นหลักคือ ทำอย่างไรที่จะสามารถยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาของเยาวชนเหล่านี้ให้ดีขึ้น หากการศึกษาของเราดีแล้ว เราก็จะสามารถแข่งขันและสอบเข้าในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ในประเทศตามที่เราต้องการได้ ดังนั้นความสำคัญทางการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ขอให้ทุกคนตระหนักว่า เราจะต้องช่วยเหลือตนเองให้บรรลุเป้าหมายในชีวิต และเมื่อบรรลุแล้วจะต้องกลับมาทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ให้มีคุณภาพ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป

 ​ ​  ​ ด้านพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เกิดขึ้นจากการดำริของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยมอบหมายให้มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ กองทัพทุกเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย คณะกรรมการอิสลามกลางแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการนำเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ ณ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี ปีละ 2 รุ่น ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว 35 รุ่น มีเยาวชนที่ผ่านโครงการฯ จำนวน 8,026 คน และมีครอบครัวอุปถัมภ์ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3,601 ครอบครัว โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ 15 ปีที่ผ่านมา ได้กล่อมเกลาเยาวชนที่ผ่านโครงการให้เป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ เป็นที่ประจักษ์ในสังคม กล่าวคือ เป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นผู้มีทัศนคติเชิงบวกต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เป็นผู้มีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อประกอบอาชีพที่มั่นคง และต้องการช่วยเหลือพัฒนาสังคมในอนาคต

 ​ ​  ​ ทั้งนี้การดำเนินโครงการ “ สานใจไทย สู่ใจใต้” ได้มีดำริให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินการแนะแนวและสอนเสริม ให้กับเยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” และเครือข่ายทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระดับชั้นมัธยมปลาย เพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมความพร้อมระดับชั้นอุดมศึกษา จึงได้จัดกิจกรรมแนะแนวและสอนเสริมในครั้งนี้ โดยได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2562 เป็นการสอนเสริมวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ และส่วนช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2562 เป็นการสอนเสริม โดยแบ่งกลุ่มเยาวชนจากการประมวลผลของการทดสอบก่อนเรียน (PRE TEST) ซึ่งมีวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถจากสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้