Select Page

​ ​ ​ ​ วันนี้ (20 กรกฎาคม 2562)   ศอ.บต. ร่วมกับ กรมการปกครอง  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย จัดกิจกรรมการแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ทั้งนี้ ในกิจกรรม นายจุรินทร์  ลักษณ์วิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  พร้อมคณะ ร่วมเยี่ยมและพบปะประชาชนผู้ขอรับการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ในกิจกรรมการแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติในพื้นที่ 5 จชต. ครั้งที่ 1 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนตามนโยบาย “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง “  ในโอกาสลงพื้นที่ประชุมหารือแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้อำนวยการสำนักกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. นายแพทย์ วิระชัย สมัย หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรมการปกครอง หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มเป้าหมายผู้ขอรับการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ในพื้นที่จังหวัดยะลา สงขลา และสตูล จำนวน 249 คน เข้าร่วมกิจกรรม

​ ​ ​ ​ สำหรับกิจกรรมการแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในคราวเสด็จพระราชดำเนิน ศอ.บต. เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559  ในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิที่ตกหล่นทางทะเบียนราษฎร  ศอ.บต. ร่วมมือกับกรมการปกครอง  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู ประเทศมาเลเซีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มดำเนินโครงการในปี 2560 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว สามารถดำเนินการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร/ออกบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว รวมจำนวน 338 คน สำหรับในปีงบประมาณ 2562 ได้ดำเนินกิจกรรมตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในประเทศมาเลเซีย จำนวน 1,160 คน

​ ​ ​ ​ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า ในกิจกรรมตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ของผู้ไร้สถานะทางทะเบียนในพื้นที่ 5 จชต.จำนวนกว่า 13,000 คน ยังมีที่ตกค้างในพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านกว่า 500 คน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เป็นพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงห่วงใยและให้ ศอ.บต. ดำเนินการและขับเคลื่อนทั้งในมาเลเซียและประเทศไทย เป็นคนไทยที่ไปทำมาหากินที่ประเทศมาเลเซียคลอดบุตรก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาลไม่ได้ไปจดทะเบียนแจ้งใบเกิดทำให้บุตรไม่มีสถานะ จึงได้มีโครงการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม DNA ว่าเป็นคนไทยแน่นอน วันนี้เป็นรอบที่ 2 เกือบ 200 คน โดยมีคู่เทียบมาตรวจสาร DNA ว่าเป็นผู้ที่มีสายเลือดถูกต้อง เพื่อคืนความเป็นไทยโดยสมบูรณ์จะได้มีสิทธิมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนและใช้สิทธิรักษาพยาบาลต่อไป

​ ​ ​ ​  ด้าน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้อำนวยการสำนักกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. เปิดเผยว่า กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว ในปี 2562 มีการดำเนินกิจกรรมครั้งแรกที่โกตาบารู ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 22 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย จำนวน 3 ครั้ง  โดยในครั้งต่อไปจะเป็นครั้งที่ 2 มีกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 ณ จังหวัดนราธิวาส หลักจาการตรวจเสร็จแล้วทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จะแจ้งผลมายัง ศอ.บต. และดำเนินการประสานไปยังอำเภอในการออกบัตรประชาชนนำชื่อเข้าทะเบียนบ้าน จาการตรวจ DNA ในวันนี้ปรากฏว่ามีผู้สูงอายุประมาณ 58-60 ปี และเด็กที่พึ่งเกิดเนื่องจากพ่อและแม่ของเด็กไม่ได้แจ้งเกิดเพราะว่าไปทำงานที่มาเลเซีย ทาง ศอ.บต. เล็งเห็นความสำคัญเพราะไม่สามารถเริ่มต้นทั้งด้านการเรียน การศึกษา การเข้ารักษาพยาบาล รวมถึงสวัสดีการแห่งรัฐที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญมากตามนโยบาย “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ”  อีกด้วย

​ ​ ​ ​ อย่างไรก็ตาม  ภายในกิจกรรมมีการชี้แจงสร้างความเข้าใจถึงงานทะเบียนราษฎร และครอบครัว การให้ความรู้ด้านสิทธิประโยชน์และหน้าที่ตามกฎหมายของไทย กระบวนการตรวจสารพันธุกรรม และขั้นตอนการดำเนินการภายหลังการได้รับผลตรวจ  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจถึงขั้นตอนหลักการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว  ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยไร้สัญชาติเป็นการช่วยเหลือคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติ ให้เป็นบุคคลที่มีสถานะเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์และได้รับสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นต่อไป