Select Page

      วันนี้ (13 มีนาคม 2562) พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรีในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารจัดการคุณภาพโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านการศึกษาตามศาสตร์พระราชา พร้อมมอบแนวทางการดำเนินงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมหาดใหญ่พาราไดส์ แอนด์ รีสอร์ท จ.สงขลา โดยมี นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางอริสรา มะแซ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายอารีดิเรกกิจ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. ผู้อำนวยการโรงเรียน คณาจารย์โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาจำนวน 11 แห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

      ในการนี้พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสารท องคมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการบริหารจัดการคุณภาพโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ในครั้งนี้ว่า นับเป็นสิ่งที่ดีที่โรงเรียนทั้ง 11 โรงของภาคใต้ ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา การพัฒนาเครือข่ายชุมชนคุณธรรม จึงอยากให้ทุกคนนำหลักการทำงานของโครงการกองทุนการศึกษาทั้ง 3 เสาหลัก ประกอบด้วย เสาที่ 1 ให้เด็กได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ เสาที่ 2 ให้เด็กสำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และเสาที่ 3 การปลูกฝังวินัยคุณธรรมจริยธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

      ด้านนางอริสรา มะแซ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ว่า เยาวชนทุกคนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความหวังที่อยากจะเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เนื่องจากปัจจุบันในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ได้มีการพัฒนาในเรื่องของการศึกษาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ ไม่ได้มีความแตกต่างจากโรงเรียนสามัญทั่วไป แต่ทำให้เด็กที่จบออกมา มีงานทำ  เลี้ยงดูครอบครัว สามารถเป็นคนดีคืนสู่สังคมได้

      สำหรับโครงการ “โรงเรียนกองทุนการศึกษา” นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อด้านการศึกษา โดยพระองค์ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์ เพื่อมาจัดตั้งโครงการ “กองทุนการศึกษา” เพื่อมุ่งหวังสร้างคนดีคืนแผ่นดิน โดยโครงการกองทุนการศึกษาเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชกระแสรับสั่งไปยังประธานองคมนตรีว่ามีพระประสงค์ที่จะพระราชทานเงินส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งมาทำให้เกิดประโยชน์ด้านการพัฒนาการศึกษา ให้ทำแบบภาคเอกชน คือ เรียบง่าย รวดเร็ว คล่องแคล่ว แต่ต้องประหยัด พอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต โดยให้ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรีดำเนินการรับสนองพระราชดำริ จึงตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย องคมนตรี เพื่อบริหารงาน และให้มีอาสาสมัครที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วย และตั้งสำนักงานขึ้น เพื่อรองรับงานด้านธุรการ ซึ่งจะเน้นการปลูกฝังคุณธรรมให้เด็กเป็นคนดีก่อน แล้วความเก่งจะตามมา เด็กจะต้องมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน และสอนให้แก่กันเอง ช่วยกันเนียน ไม่ใช่แข่งกันกันเรียน และทำกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีควบคู่กันไปด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทย