Select Page

      วันนี้ (13 มี.ค.62) เวลา 09.00 น. ที่ หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา  พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมขับเคลื่อนการพัฒนาไร้รอยต่อ มิติใหม่การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” บนฐานการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ศอ.บต. ที่ปรับปรุงบทบาทใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการบูรณาการในมิติงานด้าน การพัฒนา มุ่งเน้นการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาของกระทรวง กรมและหน่วยงานต่าง ๆ ให้เกิดเอกภาพ มีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมสอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของประชาชน เร่งรัดผลักดันการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย เสริมการทำงานให้มีความต่อเนื่อง มิให้เกิดช่องว่าง และสนับสนุน การพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของ กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า เพื่อให้งานพัฒนาเป็นส่วนสำคัญเสริมงานมั่นคงและเข้าถึงใจของประชาชน โดยการผลักดันโครงการเมืองต้นแบบ เพื่อขยายผลไปสู่เมืองข้างเคียง

      พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เปิดเผยว่า ศอ.บต. เป็นหน่วยงานศูนย์กลางที่ขับเคลื่อนการดำเนินโครงการหลักด้านเศรษฐกิจ5 โครงการ ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก มุ่งพัฒนาที่ฐานรากครัวเรือนและสร้างความเข้มแข็งที่ชุมชน เน้นวิสาหกิจชุมชนและผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น อาทิ พัฒนาฟาร์มสวนยางพารานำร่อง ตำบลละ 1 แห่ง รวม 282 แห่ง พัฒนาพื้นที่เกษตรรกร้าง พัฒนาเครือข่ายไก่เบตงและวิสาหกิจโคเนื้อประชารัฐ ส่งเสริมความเข้มแข็งวิสาหกิจชุมชน กว่า 30 กลุ่ม แปรรูปผลิตผลทางการเกษตรไปสู่ผลิตภัณฑ์และสินค้าที่เป็นตามความต้องการของตลาดที่สำคัญ ทั้งวิสาหกิจชุมชนแปรรูปยางพารา วิสาหกิจชุมชนประมงชายฝั่ง ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก ผลักดันประมงพื้นบ้านต้นแบบ และการผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ตลอดจนสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเน้นการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ขยายผลจากเมืองเบตง ต้นแบบการพัฒนาท่องเที่ยวพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยพัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ SME สู่ Smart up , Smart SME เป็นผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง ขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป้าหมายสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทำธุรกิจเกษตรแปรรูป ใช้นวัตกรรมหนุนเสริม ลดพื้นที่ ลดต้นทุน ผลผลิตมีคุณภาพสูง ตรงกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจฮาลาลครบวงจร

      พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เผยอีกว่า ในส่วนของการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Deep South Economic Corridor) เชื่อมโยงเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” 4 เมือง ได้ร่วมกับพื้นที่เศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ 14 แห่งที่พัฒนาร่วมกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยง เชื่อมต่อ การทำเกษตรฐานราก เศรษฐกิจชุมชนให้สอดรับกับความต้องการภาคเกษตรอุตสาหกรรม เชื่อมห่วงโซ่คุณค่าผลผลิต พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ สร้างความมั่นคงทางพลังงาน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษาที่สอดรับกับตลาดแรงงานของนักศึกษา ที่จบการศึกษาแล้วมีงานทำ นอกจากนี้ยังมีในเรื่องการบริหารจัดการพลังงานอย่างครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้สนับสนุนการสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยการบริหารจัดการตนเอง ศอ.บต. ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าทั้งระบบครบวงจร ผ่านคณะกรรมการอำนวยการบริหารจัดการไฟฟ้าทั้งระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ การกำหนดประเภทไฟฟ้า ราคาขาย การเชื่อมโยงภาคการเกษตร การแปรรูปสินค้าเกษตร การจัดตั้งศูนย์รับซื้อผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร การพัฒนาโมเดลทางธุรกิจที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามแนวทางประชารัฐและศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านพลังงาน เบื้องต้นจะสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนขนาดเล็กมาก 1 หมู่บ้าน 1 โรงไฟฟ้าที่สามารถสร้างเศรษฐกิจชุมชนทั้งระบบได้อย่างยั่งยืน

      สำหรับการบริหารจัดการภาครัฐมิติใหม่การบริหารจัดการภาครัฐ ในปี 2562 ศอ.บต. มุ่งเน้นยกระดับการบริการภาครัฐต่อประชาชนที่สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น จัดตั้งศูนย์ประสานงานและบริการการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านการออกแบบกลไกและการบริหารในรูปแบบกระจายอำนาจลงสู่พื้นที่ การพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้เป็นคนดี คนเก่งและเป็นมืออาชีพ โดยจัดตั้งสถาบันพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ปัจจุบันฝึกอบรมข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่นไปแล้ว ๑,๓๒๐ คน และพัฒนาทีมนักบริหาร ประกอบด้วย นายอำเภอ  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ และผู้กำกับการสถานีตำรวจ รวม ๑๓๗ คน  ในส่วนของการพัฒนาเสริมความมั่นคง ศอ.บต.ได้หนุนเสริมงานสร้างสันติสุขของ กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า เพื่อสร้างความเข้มแข็งความมั่นคงที่ระดับตำบล ผ่าน โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งเชื่อมโยงการทำงาน เชิงพื้นที่ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์และการบริหารจัดการภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งความมั่นคงด้านอื่นๆ เช่น เรื่องยาเสพติด ภัยพิบัติ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

      อย่างไรก็ตามการทำงานของ ศอ.บต. ภายใต้บทบาทใหม่พร้อมขับเคลื่อนมิติด้านการพัฒนาแบบไร้รอยต่อมีการเชื่อมโยงในทุกมิติให้ครบวงจรและบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส พร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๒ คุณภาพชีวิตของประชาชน ปัญหายาเสพติด สังคมพหุวัฒนธรรมและความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผลเชิงบวกจากการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป