Select Page

      จากบทบาทหน้าที่และภารกิจของ ศอ.บต. และ กอ.รมน. ที่ขับเคลื่อนนโยบายการพูดคุยสันติสุขไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อสร้างความเข้าใจและลดความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งปัจจัยสำคัญของการแก้ไขปัญหาอยู่ที่การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน

      โดย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.30 น. ที่ ห้องประชุมชั้น 1 โรงแรมบีพีแกรนด์หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างความเข้าใจและสร้างองค์ความรู้ด้านสันติวิธีแก่กลุ่ม/องค์กรต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายการพูดคุยสันติสุขไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รุ่นที่ 4 ประจำปี 2562 เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านสันติวิธี แนวคิดหลักการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง รวมถึงรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาในพื้นที่ และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สะท้อนปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายศิริพงศ์ หมัดศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมฯ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ ศอ.บต. และเครือข่ายชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัด จำนวน 160 คน เข้าร่วม

      พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า จากการร้อยเรียงตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งด้วยเหตุการณ์ที่เกิดในห้วงที่ผ่านมามีความจำเป็นอย่างมากที่เราทุกคนต้องสะท้อนความจริงออกไปเพื่อให้ผู้คนจากภายนอกได้เข้าใจ โดยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีพี่น้องไทยพุทธที่มีอยู่เดิมทั้งที่เป็นชุมชนเก่าแก่ หรือแม้แต่ชุมชนอพยพเพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ ซึ่งต่างก็เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขตลอดมา โดยวันนี้ทุกคนต้องมาทำความเข้าใจกันว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น และในอนาคตข้างหน้าทุกคนต้องเดินทางด้วยกันอย่างไรเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ในระยะสั้นต้องปรับวิธีการดูแลให้มากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของ รั้วบ้าน ถนน เส้นทาง กำแพง หรือแม้แต่ไฟฟ้าในชุมชนไทยพุทธที่ล่อแหลม และจะพยายามทำสุดความสามารถในการเติมเต็มในทุกช่องโหว่ และในส่วนของกลุ่มเปราะบางจะต้องให้เกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน อีกทั้ง จะต้องส่งเสริมหมู่บ้านเข้มแข็งให้มีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ทั้งนี้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุนในการสร้างพื้นที่ให้เข้มแข็ง รองรับการมีงานทำของบุตรหลานของพี่น้องในพื้นที่ เพื่อลดอัตราการย้ายออกรวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในการมีงานทำ สำหรับระยะยาวของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ คือการให้เยาวชนมีงานทำ เพราะประเทศไทยคือแผ่นดินแม่เป็นมาตุภูมิบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งด้วยความพยายามของรัฐที่มีการพัฒนา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเพิ่มรายได้ เพื่อให้เยาวชนมีที่หยั่งเท้าในสังคมไทยไม่หันหลังให้กับบ้านเมือง และไม่เดินไปสู่แนวทางที่หลงผิดของผู้ไม่ประสงค์ดี  ซึ่งด้วยการเดินหน้าในทุกๆวันของรัฐก็เพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่นในจุดหยั่งเท้าของตนเองและพร้อมกลับมาพัฒนาบ้านเกิดไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวฯ จะใช้ระยะเวลาในการอบรม 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 10 – 12 กุมภาพันธ์ 2562