Select Page

    เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยคณะจากประเทศไทย โดยมี พลเอก ธิวา  เพ็ญเขตกรณ์ ที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ด้านการข่าวกรอง) เป็นหัวหน้าคณะ ได้เข้าพบเพื่อหารือกับอธิการบดี Professor Dr. Mohamed Hussein al – Mahrasawy และผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยอัล-อัชฮัร (Al-Azhar University) สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งขึ้นมานานกว่า 1,100 ปี เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก และมีนักศึกษาจากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก

    Professor Dr. Mohamed Hussein al -Mahrasawy อธิการบดี กล่าวว่า สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยอัล-อัชฮัร มีประมาณ 2,079 คน โดยได้เลือกศึกษาในหลากหลายสาขาวิชา อาทิ นิติศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ แพทยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์  ซึ่งมหาวิทยาลัยให้การดูแลนักศึกษาไทยอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับการรับฟังแนวคิดจากนักศึกษาเพื่อร่วมกันพัฒนาและขยายผลทางการศึกษา โดยมีความร่วมมือกับสมาคมกับนักศึกษาต่างชาติ นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหลังจากจบปริญญาตรี โดยมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเอง และการหารือครั้งนี้จะทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการอยู่ร่วมกันของสังคม และจะนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับโลก

    ด้าน พลเอก ธิวา  เพ็ญเขตกรณ์ ที่ปรึกษาของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ด้านการข่าวกรอง) เป็นหัวหน้าคณะ ได้กล่าวขอบคุณในการต้อนรับคณะว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนมหาวิทยาลัยระดับโลก ในนามรัฐบาลไทยขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่ให้การดูแลนักศึกษาไทยเป็นอย่างดียิ่ง และมีศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอัล-อัชฮัร หลายคนที่จบไปแล้วได้กลับไปทำประโยชน์และเป็นพลังสำคัญให้กับประเทศไทย และขอเรียนเชิญอธิการบดีและ Grand Imam เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ในฐานะที่มาจากภาคใต้ ซึ่งมีศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยอัล-อัชฮัร ที่ปัจจุบันเป็นผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่เป็นอย่างมาก การที่นักศึกษาไทยได้มาศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ นอกจากความรู้ด้านศาสนาและวิชาการในสายสามัญแล้ว ศอ.บต.ยังต้องการให้นักศึกษาที่จบแล้วมีการยกระดับการพัฒนาทักษะด้านภาษา และทักษะอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งก่อนเดินทางมาศึกษาต่อ ศอ.บต.ได้เตรียมความพร้อมในการอบรมภาษาระยะสั้น และจะได้ปรับให้มีความเข้มข้นมากขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพทางภาษาให้กับนักศึกษา ซึ่งในเรื่องดังกล่าวอธิการบดีเห็นด้วยกับการส่งเสริม สนับสนุนการเรียนภาษาอาหรับพื้นฐานของนักศึกษาไทย รวมถึงการจัดตั้งชมรม/สถาบันภาษาอาหรับในประเทศไทย โดยทางอียิปต์พร้อมส่งคณาจารย์และทีมงานไปประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งชมรม/สถาบันฯ ดังกล่าว ท้ายสุดนี้ ประเทศไทยและภาคใต้ พร้อมต้อนรับด้วยความยินดี หาก อธิการบดี, Grand Mufti , Grand Imam มีโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย

    จากนั้นคณะได้เดินทางไปเยี่ยมสมาคมนักเรียนไทย ณ กรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี นายอัดนัน ต่วนมา นายกสมาคมนักเรียนไทย ณ กรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมคณะกรรมการให้การต้อนรับ และได้รายงานผลการดำเนินงาน ของสมาคม ที่มีกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งสถานเอกอัครราชทูตไทย  ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ การจัดกิจกรรมพบปะนักเรียนไทย

    ในการนี้รักษาราชการแทนการเลขาธิการ ศอ.บต. ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความก้าวหน้าการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้    เพื่อสร้างงานให้กับประชาชน และรองรับเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาในอนาคต” เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมอาชีพเยาวชนให้มีงานทำ มีที่ยืน พร้อมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคของนักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ และร่วมเลี้ยงอาหาร และพบปะให้กำลังใจกับนักเรียน นักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในกรุงไคโร โดยนักศึกษาทุกคนบอกว่าพร้อมที่จะทำหน้าที่ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนสุดความสามารถ และเมื่อจบการศึกษาแล้วพร้อมที่จะกลับมาร่วมพัฒนาบ้านเมือง ประเทศชาติต่อไป

นอกจากนี้ คณะผู้แทนจากประเทศไทยยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ประจำกรุงไคโร และหารือร่วมกันกับคณะครูและเจ้าหน้าที่ของ กศน.เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของ กศน.ในอียิปต์ ซึ่งยังคงพบปัญหาความล่าช้าการเบิก-จ่าย ค่าตอบแทนครูและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น โดยรักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ให้ความเห็นว่า กศน. เป็นกลไกสำคัญในการศึกษาต่อสายสามัญของนักศึกษาไทยในอียิปต์ ซึ่งต้องมาเรียนที่นี่ที่เดียว จึงเป็นหน่วยงานด้านการศึกษาเพียงแห่งเดียวในอียิปต์ที่ช่วยประเทศไทยได้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญเร่งแก้ปัญหาให้กับครูผู้สอนให้ได้รับค่าตอบแทนและการดูแลด้านอื่นๆ ที่จำเป็นโดยเร็ว