s
Select Page
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า ตามนโยบายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเป้าการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ผ่านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างอาชีพ และรายได้แก่ประชาชน โดยการส่งเสริม Soft Power ทั้งแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น นับเป็นจุดขายที่มีอัตลักษณ์ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย
 
นางสาวรัชดากล่าวว่า จากที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสพร้อมกับเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พบว่า ประชาชนมีความต้องการและพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับสินค้าชุมชนเพื่อให้เป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเชื่อมั่นว่าสันติสุข เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้และรัฐบาลมาถูกทางแล้ว
 
สำหรับการโปรโมท Soft Power นั้น รัฐบาลได้มีแผนครอบคลุมทุกด้าน อย่างจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีสังคมพหุวัฒนธรรม เช่น วัดชลธาราสิงเห หรือวัดพิทักษ์แผ่นดินไทย มัสยิดเก่าแก่ “ตะโละมาเนาะ” ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างมาก ศอ.บต. และจังหวัด ยังเพิ่มจุดขายการท่องเที่ยว อาทิ “ชมแสงแรกแห่งปีที่เกาะยาว” อ.ตากใบ เนื่องจากต้นฤดูหนาวของวันขึ้นปีใหม่แกนโลกจะเอียงไปทางขวามากที่สุดในรอบปี จนทำให้เกิดเป็นปรากฎการณ์แสงแรกของพระอาทิตย์ที่ขึ้นเป็นที่แรกของประเทศไทย และ “ชมหมอก หยอกเมฆที่สุคิริน” “เดินป่าฮาลา-บาลา” “เช็คอินกับเสาธงชาติไทยปลายด้ามขวาน” เป็นต้น
 
“นายกรัฐมนตรีติดตามโครงการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นในโอกาสแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างมั่นคง ผ่านการส่งเสริม Soft power ที่ครอบคลุม การท่องเที่ยว สังคมพหุวัฒนธรรม ความงามของธรรมชาติ อาหาร และกิจกรรมกีฬา เป็นต้น อีกทั้ง ท่านนายกฯยังได้ส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ และภาคส่วนต่างๆที่ได้ร่วมมือกันในการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ด้วยกันเป็นอย่างดี โดยย้ำถึงการดำเนินการทุกด้านต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม เพื่อความอยู่ดี กินดี และสันติสุขของประชาชน” นางสาวรัชดา กล่าว