Select Page

ศอ.บต. วางแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมขับเคลื่อนกลไกในการแจ้งสถานการณ์ เฝ้าระวัง แจ้งเตือน ผ่านบัณฑิตอาสากว่า 2 พันคน ใน 5 จชต.

วันที่ 30 พย 64 ที่ห้องศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ นางเยาวภา พูลพิพัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เป็นประธานประชุมการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ผ่านระบบ Zoom ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จชต.

ทั้งนี้ การประชุมจัดขึ้นเพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่ภาคใต้ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตามที่ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้ กอนช. ได้ติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักมากในพื้นที่ช่วงระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงต้นเดือน ธันวาคม 2564 เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและหย่อมความกดอากาศต่ำ ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากอาจส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำหลากและส่งผลกระทบกับประชาชนได้ ขณะเดียวกัน ร่วมติดตามเฝ้าระวังคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยที่จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ระดับน้ำทะเลหนุนสูงและล้นตลิ่งเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณปากแม่น้ำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้นำเสนอแนวทางการติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้กลไก ของบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ ในพื้นที่ 5 จชต. ที่มีกว่า 2 พันคน รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำวัน โดยกำหนดให้บัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่าน Google Form ให้คณะทำงานจัดทำข้อมูลในรูปแบบ One Page เพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเนื้อหาที่ประชาชนในพื้นที่เข้าใจได้ง่าย

ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบฯ ที่ได้รับคัดเลือกไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ของ ศอ.บต. ตื้นตัน หลังได้ ปฏิบัติศาสนกิจ ณ มัสยิดอัลนะบะวีย์ มัสยิดที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของศาสนาอิสลาม

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2564) คณะผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ตามกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์ แก่ผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2564 ฮิจเราะห์ศักราช 1443 ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต รุ่นที่ 2 จำนวน 57 คน ซึ่งเดินทางออกจากท่าอาศยานนราธิวาสเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ได้เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโดฮา ประเทศการ์ตา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังนครมาดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และจะเริ่มประกอบ พิธีอุมเราะห์ร่วมกับคณะผู้เดินทาง รุ่นที่ 1 อีกจำนวน 55 คน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้

ขณะที่ คณะผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ รุ่นที่ 1 ซึ่งเดินถึงนครมาดีนะห์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตลอดทั้งวันได้ปฏิบัติศาสนกิจ ณ มัสยิดอัลนะบะวีย์ ซึ่งเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ และมีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของศาสนาอิสลาม รองจากมัสยิดอัลฮารอม ที่นครมักกะฮ์ เป็นมัสยิดที่สร้างในสมัยท่านนบีมุฮัมมัด(ซ.ล) หลังจากท่านฮิจเราะฮ์(อพยพ) จากนครมักกะฮ์สู่นครมาดีนะห์ นอกจากนี้ยังมีกำหนดการเดินทางเยี่ยมสถานที่สำคัญในนครมาดีนะห์ อาทิ มัสยิดกุบาอ์ ซึ่งเป็นมัสยิดหลังแรกของอิสลามที่สร้างขึ้นในสมัยของท่านนบีมูฮัมหมัด ในขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ต่างรู้สึกยินดีที่ได้รับโอกาสครั้งนี้ พร้อมขอบคุณทางรัฐบาลและ ศอ.บต. ที่ได้มอบโอกาสในการเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบฯ ที่ได้รับคัดเลือกไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ของ ศอ.บต. เผย ตั้งใจจะให้เป็นอุมเราะห์ที่เปลี่ยนชีวิต และจะทำประโยชน์แก่สังคมให้มากที่สุด พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องชายแดนใต้ ฉีดวัคซีนโควิด-19 หากไม่ฉีดจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆได้

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาประเทศไทย คณะผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ตามกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์ แก่ผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปีงบประมาณ 2564 ฮิจเราะห์ศักราช 1443 ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้เดินทางถึงสนามบินนานาชาติโดฮา ประเทศการ์ตา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 112 คน แบ่งการเดินทางออกเป็น 2 รุ่น รุ่นที่ 1 จำนวน 55 คน เดินทาง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 และรุ่นที่ 2 จำนวน 57 คน เดินทางในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งทั้ง 2 รุ่น จะเดินทางกลับ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ในส่วนของรุ่นที่ 1 ได้เดินทางถึงเมืองมาดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มประกอบ พิธีอุมเราะห์ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2564

ดาบตำรวจ สุกรี ศรีบู้ หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ประจำปี 2564 เปิดเผยขณะ เดินทางถึงเมืองมาดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ว่า ตนเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2556 จากเหตุการณ์ปิดล้อมจับคนร้าย และถูกยิงอาการบาดเจ็บสาหัสได้รับผลกระทบด้านเส้นประสาท และต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลายปี ดีใจมากที่ทาง ศอ.บต. ได้ให้โอกาส ไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสได้เดินทางไป ทำอุมเราะห์ และตนตั้งใจจะขอดุอาอ์ให้ตัวเองเป็นคนใหม่ ให้เป็นอุมเราะห์ที่เปลี่ยนชีวิต และจะทำประโยชน์แก่สังคม ให้มากที่สุด

ด้าน นางรอซียะห์ แยะแล อายุ 60 ปี หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ประจำปี 2564 และเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในรุ่น เผยถึงความดีใจที่ได้รับโอกาสในการไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในครั้งนี้ ว่า รู้สึกตื้นตันและดีใจเป็นอย่างมาก โดยได้จัดเตรียมกระเป๋าเดินทางล่วงหน้าก่อนการเดินทางเป็นเวลาหลายวัน ด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากการได้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์และพิธีฮัจญ์ถือเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ทุกคน ขอบคุณทาง ศอ.บต. ได้มอบโอกาสในครั้งนี้

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในครั้งนี้ ได้ฝากเน้นย้ำให้ผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์และพิธีฮัจญ์ในปีนี้ เตรียมความพร้อมในการเดินทางโดยเฉพาะเรื่องของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพราะหากไม่ฉีดหรือฉีดวัคซีนไม่ครบจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆได้ ตลอดจนเชิญชวนให้ประชาชนทุกภาคส่วนฉีดวัคซีน ยืนยันว่า การฉีดวัคซีนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

สำหรับกิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ประจำปี 2564 ฮิจเราะห์ศักราช 1443 ของ ศอ.บต. ในครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินการครั้งแรกในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ซึ่งประเทศซาอุดิอาระเบียได้ผ่อนปรนมาตรการในการเข้า – ออก ของชาวมุสลิมทั่วโลกแต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ประเทศซาอุดีอาระเบียได้วางไว้อย่างเข้มงวด

บรรยากาศการส่งผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ รอบที่ 2 คึกคัก ด้านผู้เดินทางดีใจที่ได้รับโอกาส พร้อมเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม ถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาพื้นที่ จชต.

การส่งผู้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ณ นครเมกกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ภายใต้กิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์ แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2564 ฮิจเราะห์ศักราช 1443 ในวันนี้ (29 พฤศจิกายน 2564) ซึ่งเป็นรอบที่ 2 เป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องชาวไทยมุสลิม ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 57 คน ต่างนำสัมภาระทยอยเข้ามาภายใต้อาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานจังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจเช็คความพร้อมก่อนออกเดินทาง โดยมี นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีส่งและอำนวยพรแก่ผู้เดินทาง พร้อมด้วย นายวิสันติ์ ประเสริฐศรี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายซาฟีอี เจะเล๊าะห์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนเจ้าหน้าที่กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาพระราชดำริ และกิจการพิเศษ ศอ.บต. ครอบครัวและญาติพี่น้องมาร่วมส่งกันเป็นจำนวนมาก ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวอวยพรผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในครั้งนี้ว่า ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง เชื่อว่าการประกอบพิธีอุมเราะห์เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พี่น้องชาวไทยมุสลิมรอคอย และมีการเตรียมความพร้อมมาอย่างดี ทั้งในเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขอให้ทุกท่านเก็บเกี่ยวประสบการณ์และนำโอกาสที่ได้รับนี้กลับมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้เกิดสันติสุขโดยเร็ว

ด้านผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัย ประสบความโชคดี และเป็นคนดีของสังคม อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ขณะที่นางลีนา มิงเตะ ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงความรู้สึกในครั้งนี้ว่า ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ซึ่งที่ผ่านมา ศอ.บต.ได้ดูแลและให้การช่วยเหลือเสมอมา อีกทั้งตนยังเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทำให้ต้องสูญเสียสามี ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวไปกว่า 10 ปี ต้องขอขอบคุณ ศอ.บต.เป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ทำให้คนที่ขาดโอกาสได้รับโอกาสที่ดี โดยจะนำความรู้และหลักปฏิบัติที่ได้รับกลับมาเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม และพัฒนาพื้นที่ต่อไป

และอีกหนึ่งในผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ จังหวัดยะลา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเดินทางครั้งนี้ว่า ตนได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และการเข้าร่วมรับฟังการอบรมให้ความรู้จากวิทยากร ที่ศอ.บต.จัดขึ้น เพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของพี่น้องชาวมุสลิมครั้งหนึ่งในชีวิต และถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ภายหลังจากที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้มีการเปิดประเทศให้ชาวมุสลิม ได้เดินทางเข้า-ออกได้ เพื่อไปประกอบศาสนกิจด้วย

ทั้งนี้การเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์เป็นกิจกรรมที่ศอ.บต. จัดขึ้นภายใต้กิจกรรมสนับสนุนการประกอบพิธีอุมเราะห์ แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 112 คน โดยมีกำหนดเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 17 ธันวาคม 2564 ถือเป็นการเดินทางครั้งแรกภายหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และประเทศซาอุดิอาระเบียได้ผ่อนปรนมาตรการเข้า – ออกของชาวมุสลิมทั่วโลกอย่างเคร่งครัด เพื่อปฏิบัติศาสนกิจและเยือนสถานที่สำคัญ ๆ ทางศาสนาต่อไป

เลขาธิการ ศอ.บต. มอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรหน่วยงานต้นแบบจริยธรรม ศอ.บต. เผย นำข้อกำหนดจริยธรรมยกระดับหน่วยงานให้โปร่งใส ตรวจสอบได้

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำ ศอ.บต. ตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้นๆ ศอ.บต. จึงจัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรม ประจำ ศอ.บต. เพื่อดำเนินงานประเมินมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรม ของ ศอ.บต. เพื่อยกระดับองค์กรให้สะอาด โปร่งใส ตรวจสอบได้
 
โดยวันนี้ (29 พฤศจิกายน 2564) ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ศอ.บต. พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรแก่สำนัก กอง และสถาบันต้นแบบคุณธรรมจริยธรรม ที่ผ่านการคัดเลือกภายใต้กิจกรรมการคัดเลือกหน่วยงานต้นแบบคุณธรรมจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของคณะกรรมการจริยธรรม พร้อมรับมอบข้อกำหนดจริยธรรมศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากคณะกรรมการจริยธรรม ศอ.บต.ด้วย
 
นายนิมุ มะกาเจ กรรมการจริยธรรม ประจำ ศอ.บต. กล่าวว่า คณะกรรมการจริยธรรม มีการประเมินมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม สำนัก กอง สถาบัน และหน่วยงานกลุ่มภายใน 13 หน่วยงานของ ศอ.บต. ตามนโยบาย เพื่อให้ ศอ.บต. มีการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส สุจริต ตรวจสอบ คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ แบ่งเป็น 4 ด้านคือด้านนโยบาย ด้านการจัดกิจกรรมการรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ด้านการมีส่วนรวมในการจัดกิจกรรม และด้านการติดตามตรวจสอบและประเมินผล นอกจากนี้คณะกรรมการจริยธรรม นำโดยนายบุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ประธานกรรมการจริยธรรมได้มอบข้อกำหนดจริยธรรมศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ แก่เลขาธิการ ศอ.บต. และผู้บริหาร เพื่อนำไปดำเนินงานขับเคลื่อนองค์กรด้วยคุณธรรมจริยธรรมที่เป็นรูปธรรม
 
สำหรับคณะกรรมการจริยธรรมประจำ ศอ.บต. มีการแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยมีอำนาจหน้าที่ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ควบคุม กำกับ ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้ข้อบังคับตามกฎหมายประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม โดยมี นายบุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ เป็นประธานกรรมการ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นกรรมการเลขานุการ
 
ข่าว/อามีเนาะ อุเซ็ง
ภาพ/มัสลัน ตาเฮร์
ส่วนงานประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีทรัพย์สินเสียหาย แก่ อส.ทพ.มานะ เร็วสูงเนิน กรณีถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามและระเบิดแสวงเครื่องโจมตีหน่วยกำลังทหารพราน ฉก.ทพ.45 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นเงิน จำนวน114,374 บาท

วันที่ 17 พ.ย.2564 เวลา 13.00 น. นายอับดุลตอเล็บ คูแซ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด นักวิเคราะห์นโยบายและแผนประจำจังหวัด ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย แก่ อส.ทพ.มานะ เร็วสูงเนิน กรณีถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามและระเบิดแสวงเครื่องโจมตีหน่วยกำลังทหารพราน ฉก.ทพ.45 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เป็นจำนวนเงิน 114,374 บาท จากมติที่ประชุมจ่ายเงินทดแทนกรณีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2556 ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รายงานโดย นางลัดดาวัลย์ พันธุ์กา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส