Select Page

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์รองรับโรงพยาบาลสนาม ผ่าน ศอ.บต. ส่งมอบให้ สสจ.สงขลา ดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่

​วันนี้ (19 เมษายน 2564) เวลา 13.30 น. ที่ ห้องประชุมฑิฆัมพร ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นางมลฤดี วนาลีสิน ผู้อำนวยการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เขตหาดใหญ่และคณะฯ มอบเงินสนับสนุน ผ่านพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อส่งมอบให้ นายแพทย์อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการรองรับโรงพยาบาลสนามเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่

 

​สืบเนื่องจาก ศอ.บต.ได้รับการประสานเร่งด่วนจากสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ในการเตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามสถานที่รองรับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ที่มีแนวโน้มการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ แผนการเตรียมการเปิดโรงพยาบาลสนามได้พิจารณาสถานที่ 9 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งการเตรียมในเรื่องดังกล่าวจำเป็นจะต้องบูรณาการทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำโรงพยาบาลสนามให้มีความพร้อมสูงสุด สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยฯ ระลอกใหม่ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามได้ ศอ.บต.จึงได้ประสานไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขอรับสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องนอนที่จำเป็นดังกล่าว

 

​ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรชั้นนำของประเทศไทยด้านการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง มีการให้ความช่วยเหลือต่อสังคมด้วยดี เช่น กรณีการเกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันทีและสามารถดำรงชีวิตได้ในสถานการณ์ต่อไปได้ ทั้งนี้ในการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการจัดทำสถานที่รองรับผู้ป่วยฯดังกล่าวอีกด้วย

 

​โอกาสนี้ เลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของ ศอ.บต.คือการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการประสานงานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จชต.และวันนี้ต้องขอบคุณทุกส่วนราชการที่ได้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เป้าหมายของ ศอ.บต. คือ ต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้สังคมพหุวัฒนาธรรมแก่พี่น้องประชาชนภาคใต้ โดยเฉพาะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันก้าวผ่านสถานการณ์ในครั้งนี้ให้ได้

​ด้าน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ต้องขอบคุณทาง ศอ.บต.และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้สนับสนุนและได้รับความมือเป็นอย่างดี ในการช่วยเหลือและสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานด่านหน้า ซึ่งสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ณ ขณะนี้ของจังหวัดสงขลาที่เจอผู้ป่วยมากที่สุดของ 7 จังหวัดภาคใต้ และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามที่รองรับได้ผู้ป่วยและได้มีการจัดตั้งโรงบาลสนามอีก 7 แห่งเพื่อสามารถรองรับผู้ป่วยได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

​ในการนี้ ผู้อำนวยการธนาคารไทยพาณิชย์ เขตหาดใหญ่ กล่าวว่า ทางผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ได้เล็งความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากโรคโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ป่วยฯ เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่บุคลากร เจ้าหน้าที่ภาคสนาม ในการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงบาลสนามของจังหวัดสงขลาและขอเป็นกำลังใจแก่ทุกส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้

 

​ทั้งนี้ สำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเตรียมจัดทำโรงพยาบาลสนามประกอบด้วย ผ้าปูที่นอนขนาด 3.5 ฟุต จำนวน 1,000 ชุด ผ้าห่ม จำนวน 1,000 ผืน ปลอกหมอน จำนวน 1,000 ถุง หมอน 500 ใบ ตู้ลิ้นชักพลาสติกขนาด 4 ชั้น จำนวน 500 อัน ซึ่งจะดำเนินการมอบให้กับ 9 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลหาดใหญ่-นาหม่อม 70 เตียง สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 80 เตียง โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ 100 เตียง ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 500 เตียง ศูนย์สุขภาพชุมชน บ้านลางา อำเภอจะนะ 20 เตียง ค่ายมหาจักรีสิรินธร อำเภอนาทวี 100 เตียง ค่ายลพบุรีราเมศวร์ อำเภอเทพา จำนวน 100 เตียง โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา 20 เตียง และศูนย์พักพิง อำเภอระโนด 80 เตียง ในลำดับต่อไป

เยาวชนสานใจไทย และผู้เข้าร่วมโครงการฮัจญ์ ศอ.บต. ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาตอบแทนคุณแผ่นดิน เป็นมือบนช่วยเหลือสังคม

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2564 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำโดย นายประเวศ หมีดเส็น ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. ร่วมกับเยาวชนโครงการสานใจไทยสู่ใต้ จัดกิจกรรมจิตอาสาฯ (เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน) และกิจกรรมนำคุณค่าหลักศาสนาสู่การการสร้างครอบครัวคุณธรรม (เกลอกัน กาแวกีตอ) ณ บ้านเกาะแลหนัง ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และบ้านแป-ระ ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล เพื่อทำกิจกรรมจิตอาสาทาสีสถานที่สำคัญในชุมชน โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมต่อยอดให้เยาวชนที่ผ่านการอบรมจากโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ และโครงการอื่นๆ ของ ศอ.บต. ร่วมเป็นมือบนในการช่วยเหลือและทำประโยชน์แก่คนในสังคม

นอกจากจะเป็นกลุ่มเยาวชนจากโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้แล้ว ยังมีกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการฮัจญ์ และอินเดีย เยาวชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพื้นที่ละกว่า 250 คน ร่วมปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 200,000 ตัว ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เยาวชน ประชาชน และภาคีเครือข่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมดำเนินการทำกิจกรรมในมิติสังคมพหุวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่สายสัมพันธ์แห่งการเป็นพี่น้องกัน เกลอกัน กาแวกีตอ อย่างแท้จริง

 

เลขาฯ ศอ.บต. มอบอินทผลัมแก่ผู้นำศาสนา และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ จชต. เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอน 1442

วันนี้ (10 เม.ย. 2564) พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มอบอินทผลัมแก่ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3 จังหวัด ผู้แทนผู้ได้รับผลกระทบจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เพื่อนำไปมอบแก่ผู้นำศาสนาและกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่ อาทิ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครัวเรือนที่ยากจน ผู้ต้องขังในเรือนจำ เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น เพื่อต้อนรับเดือนรอมฎอน ในกิจกรรม รอมฎอนสัมพันธ์ ฮ.ศ. 1442

เลขาธิการ ศอ.บต. เผยว่า การมอบอิทผลัมในทุกๆ ปี เพื่อสื่อสารความรู้สึกแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้รู้ว่า ภาครัฐให้ความสำคัญกับเดือนรอมฎอน เดือนอันประเสริฐของพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม และทุกๆ เทศกาลวันสำคัญ ศอ.บต. ถือเป็นหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่งที่ขอต้อนรับเดือนอันประเสริฐ โดยมีส่วนร่วมในการมอบอินทผลัมแก่พี่น้องประชาชน ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำศาสนา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในปีนี้เริ่มระบาดรุนแรงและหนักกว่าปีที่ผ่านมา จึงฝากผู้นำศาสนาเป็นผู้นำควบคุมการระบาดในครั้งนี้ เนื่องจากการละหมาดตารอวียะห์ ละหมาดรวมกันที่มัสยิด แม้จะเป็นสิ่งสำคัญในเดือนนี้ หากแต่การรวมตัวกันเป็นความอันตรายในการแพร่กระจายโรคโควิด-19 ได้ ถ้ามี 1 คนติด คนทั้งมัสยิดก็จะติดตามกันไป ลามไปถึงคนในครอบครัว ชุมชน ตำบล และอำเภอ จึงฝากผู้นำศาสนาในการช่วยกันยับยั้งการแพร่เชื้อในครั้งนี้เพื่อชีวิตของพี่น้องเราทุกคน

สำหรับการกำหนดเดือนรอมฎอนในปีนี้ จุฬาราชมนตรี กำหนดดูดวงจันทร์ในวันจันทร์ ที่ 12 เมษายน 2564 หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หากในวันดังกล่าวมีผู้เห็นดวงจันทร์ ก็กำหนดให้วันที่ 1 เดือนรอมฎอน ตรงกับวันอังคาร ที่ 13 เมษายน แต่หากไม่มีผู้เห็นดวงจันทร์ ก็จะเริ่มถือศีลอดในวันที่ 14 เมษายน 2564 ที่จะถึงนี้

 

ศอ.บต.​ รับฟังความเห็น สส.​-สว. จชต. เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์​ด้านการพัฒนา​ 2564-2566

ศูนย์อำน​วยการบริหารจังหวัดชายแด​น​ภาคใต้​ (ศอ.บต.)​ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่างยุทธศาสตร์​ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้​ พ.ศ.​2564-2566​ อย่างต่อเนื่อง​ ทั้งสิ้น​ 12​ ครั้ง​ เพื่อรับฟังความเห็นของผู้แทนประชาชนที่หลากหลาย​ ในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์​ จชต.ให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแบบแผน​ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดการประชุมรับฟังผู้แทนจากกลุ่มต่างๆ​ อาทิ​ นิสิตนักศึกษา​ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์​ความ​ไม่​สงบ​ สื่อมวลชน​ ภาคเอกชน​ ภาคประชาสังคม​ ผู้แทนส่วนราชการใน 5 จังหวัด​ชายแดนภาคใต้​ ผู้นำศาสนาอิสลาม​ พุทธ​ และจีน​ ผู้แทนประชาชน​ และกลุ่มอื่นๆ​

โดยวันนี้​ (10 เม.ย.​ 2564​)​ เวลา​ 09.30​ น.​ ที่ห้องประชุมจะบังติกอ​ โรงแรมซีเอส​ จ.ปัตตานี​ ศอ.บต. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่างยุทธศาสตร์​ ด้านการพัฒนา​จังหวัดชายแดนภาคใต้​ พ.ศ.​ 2564-2566​ ในรอบสุดท้าย​ ครั้งที่​ 12​ เปิดรับฟังความคิดเห็น​ ข้อเสนอแนะ​ ทิศทาง​การพัฒนา​ 5 จชต.​ นราธิวาส​ ปัตตานี​ ยะลา​ สตูล​ และสงขลา​ ในระยะ​ 3 ปี​ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​ และสมาชิกวุฒิสภา​ ในพื้นที่​ 5 จชต.​ เข้าให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ​ โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ​ ผลประยูร​ เลขาธิการ​ ศอ.บต.​ เป็นประธาน​การรับฟังความเห็น​

ในที่ประชุม​ ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​และสมาชิกวุฒิสภา​ เสนอแนะโครงการและแนวทางการขับเคลื่อนพัฒนา​เศรษฐกิจ​ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต​พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้​หลายเรื่อง​ อาทิ​ การฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์​น้ำ​ ส่งเสริมการทำปะการังเทียม​ การจัดโซนนิ่งเพาะปลูก​ การบริหารจัดการน้ำ​ โครงการสร้างงานในพื้นที่​ การแปรรูปผลิตภัณฑ์​ที่มาจากผลผลิตทางการเกษตร​ในพื้นที่​ อาชีพสำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยว​ การส่งเสริมการตลาดนำการผลิต​ การเชื่อมต่อระบบคมนาคม​การท่องเที่ยวภายในพื้นที่​ การส่งเสริมภาษามลายูควบคู่กับภาษาอื่นๆ​ โดยบรรจุเป็นภาควิชาบังคับในระดับชั้น​ ป.​1-6 และการดูกลุ่มอาชีพประมงให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน​ เป็นต้น

โดยเลขาธิการ​ ศอ.บต.​ เผยว่า​ หน้าที่ของเรา​อาสามาเป็นคนกลางระหว่างพี่น้องประชาชนและรัฐบาล​ ดูแลทรัพยากรในพื้นที่ให้พี่น้องได้รับผลประโยชน์​สูงสุด​ หน่วยงานภาครัฐ​ และภาคการเมืองทำงานร่วมกัน​ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ​ ความสงบสุขอย่างถาวรในพื้นที่​ ให้ประชาชนมีคุณภาพชี​วิตที่ดีภา​ยใต้สังคมพ​หุวัฒนธรรม​  ตามร่างยุทธศาสตร์​ ซึ่งจำเป็นต้องนำความเห็นของทุกภาคส่วนเป็นทิศทางให้เดินตามสู่เป้าหมาย​ ความเห็นของทุกคน​ ทุกสายอาชีพมีความหมายในการขับเคลื่อนและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น

สำหรับยุทธศาสตร์​และแนวทางการพัฒนา​ ศอ.บต.​ ได้ร่างกรอบประเด็นการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้​ 7 ด้าน​ ประกอบด้วย​ ด้านการพัฒนา​เพื่อเสริมความมั่นคง​ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ​ ด้านการศาสนา​ การศึกษาและการเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์​ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม​ ด้านการสื่อสารสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน​ ด้านการปรับสมดุลและการพัฒนา​ระบบการบริหารจัดการภาครัฐ​ และด้านทรัพยากร​ธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​

ศอ.บต. ร่วมกับสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข จัดกิจกรรมสุนัตหมู่  แก่เยาวชน จ.ยะลา ครั้งที่ 2 หลังได้รับความสนใจจำนวนมาก โดยทำการขลิบปลายอวัยวะ เพื่อเป็นมุสลิมที่สมบูรณ์

วันนี้ (10 เมษายน 2564) เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา (หลังเก่า) อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับ สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา จัดกิจกรรมเทศกาลส่งเสริมการเข้าสุนัตหมู่แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ครั้งที่ 2 หลังจากได้รับคำชื่นชมถึงการจัดกิจกรรม และให้ความสนใจจากประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก ศอ.บต. จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมฯในครั้งนี้ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อส่งเสริมให้เด็กมุสลิมได้เข้าสุนัตตามหลักความเชื่อ และเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังเป็นการช่วยเหลือประชาชนชาวมุสลิมที่มีฐานะยากจนให้ได้ดำเนินพิธีตามหลักศาสนาอย่างถูกหลักอนามัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะในปัจจุบันการเข้าสุนัตต่อคน หากใช้บริการตามคลินิคจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500 – 1,500 บาท          ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ชำนาญการจากสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข กว่า 20 ท่าน และก่อนที่จะเริ่มพิธีเข้าสุนัต เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้ถึงการรักษาแผลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายประเวศ หมีดเส็น  ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายคอเล็ด เจะแว  ผู้อำนวยการกลุ่มงานศาสนาและพหุวัฒนธรรม กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. เจ้าหน้าที่จากสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์สาธารณสุข หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมทำสุนัต ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมในกิจกรรมจำนวนมาก

ทั้งนี้ การเข้า “สุนัต” หรือ “คีตาน” ในภาษาอาหรับ และ “มาโซ๊ะยาวี” ในภาษามลายู        เป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนมุสลิม เพราะถือกันว่าคนมุสลิมที่แท้จริงต้องเข้าสุนัต เป็นพิธี       ที่เด็กผู้ชายชาวมุสลิมจะต้องผ่านให้ได้ โดยการการเข้าสุนัต หมายถึงการขลิบปลายอวัยวะเพศ เมื่อย่างเข้าวัยอันควร คือ อายุระหว่าง 8 – 13 ปี เพื่อความสะอาดของร่างกายได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองที่นำเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ต่างขอบคุณ ศอ.บต. และสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์สาธารณสุข อย่างมากที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมา เพื่อให้ลูกหลานของตนเองเข้าถึงพิธีกรรมที่ถูกต้องตามหลักศาสนาและตามหลักการแพทย์ และมั่นใจถึงการเข้ารับบริการ และยังได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้อีกด้วย