Select Page

เลขาธิการ ศอ.บต. เปิดอบรมหลักสูตรปฐมนิเทศข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1/2566 โดยย้ำให้เก็บเกี่ยวความรู้ นำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2565) เวลา 13.30 น. ที่ โรงแรม หาดแก้วรีสอร์ท สงขลา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา สถาบันพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรปฐมนิเทศข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2566 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2565 โดยมี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการอบรม และร่วมพบปะ พร้อมด้วย นายสมชาย เกียรติ์ภราดร ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอิบรอเหม เบ็ญนา ผู้อำนวยการกลุ่มอํานวยการและบริหาร สถาบันพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ตลอดจนข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. จำนวน 200 คน เข้าร่วม ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กิจกรรมอบรมหลักสูตรปฐมนิเทศข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่นก่อนเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกำหนดจัดขึ้นจำนวนทั้งหมด 3 รุ่นๆ ละ 200 คน รวม 600 คน ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน หรือช่วยราชการ ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ให้ปฏิบัติงานได้บรรลุตามเป้าหมาย สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของพื้นที่โดยไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ให้เกิดขึ้น

ในการนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร ได้กล่าวในขณะพบปะผู้เข้าร่วมงานว่า การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งนั้น ส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนคือเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ซึ่งล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งในทุกหน้าที่ ทุกตำแหน่ง เมื่อได้รับการบรรจุใหม่ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับฐานองค์ความรู้ ข้อมูลต่างๆ ตามศักยภาพและบริบทของพื้นที่ ให้เข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และเชื่อมโยงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้ทั้งด้านกายภาพและความรู้สึก เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาดำเนินการแก้ไข ดังนั้น ขอให้ผู้เข้ารับการอบรมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และพัฒนาความรู้ และใช้เวลาตรงนี้อย่างมีคุณค่า ตลอดจนสร้างเครือข่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อในภายภาคหน้าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้วิถีสังคมพหุวัฒนธรรมต่อไป

สำหรับบรรยากาศตลอดระยะเวลาของการเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ผู้เข้าร่วมจะได้สร้างความรู้ ความเข้าใจมิติของประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการสร้างการตระหนักรู้เรื่องของนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รวมกลุ่มเพื่อออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และนำเสนอแนวคิดวิธีการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติของพหุวัฒนธรรมอีกด้วย

ผช.ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.อ.สุทธิรักษ์ พันธนิยะ ที่เสียชีวิตจากเหตุคาร์บอมแฟลตตำรวจ เมื่อ 22 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2565) ที่ วัดบางนรา ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตำรวจโท สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพร้อยตำรวจเอก สุทธิรักษ์ พันธนิยะ ตำแหน่ง รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบริเวณแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยมีนายบุญพาศ รักนุ้ย รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พลตรี ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตำรวจโท นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับการเยียวยาศอ.บต. โดยจังหวัดนราธิวาสได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัว ร้อยตำรวจเอก สุทธิรักษ์ พันธนิยะ เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อมอบให้แก่ทายาทประกอบด้วย นางเสาวรัตน์ พันธนิยะ (ภรรยา) นางสาวกัลยรัตน์ พันธนิยะ (บุตร) นางสาวนภัสสร พันธนิยะ (บุตร) และ4. เด็กชายกิตติพศ พันธนิยะ (บุตร) ซึ่งแบ่งเป็นเงินจำนวนเท่าๆ กัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ในส่วนของการเสนอปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ โดยขอเลื่อนเงินเดือนให้ 7 ขั้น ขอพระราชทานยศเป็น พลตำรวจเอก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงขึ้นไม่เกิน 2 ชั้นตรา รวมทั้งให้การช่วยเหลือดูแลในส่วนของสิทธิประโยชน์อื่นเป็นกรณีพิเศษ อาทิ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ตร. เงินช่วยพิเศษ 3 เท่าเงินเดือนสุดท้าย เงินบำเหน็จตกทอด เงินบำนาญพิเศษรายเดือนสำหรับทายาท เงินช่วยเหลือทุนการศึกษารายปี/เงินยังชีพรายเดือนสำหรับบุตร และอีกมากมาย รวมทั้งการบรรจุทายาทเข้ารับราชการตำรวจเป็นกรณีพิเศษต่อไป

เจ้าหน้าที่กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ ศอ.บต.ลงพื้นที่ ติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และความเป็นไทย ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ที่ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี หมู่ที่ 5 ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจการพิเศษ กลุ่มงานขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ลงพื้นที่ ติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และความเป็นไทย ภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรมในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

สำหรับกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และความเป็นไทย ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เป็นกิจกรรมที่ ศอ.บต. ดำเนินการขึ้นโดยการจัดกิจกรรมอบรมปลูกฝัง และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อตระหนักถึงคุณค่าการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางพหุวัฒนธรรม กลุ่มเป้าหมายนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 และ 44 จำนวน 18 แห่ง และนักเรียนที่อยู่ใกล้เคียง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน แห่งละ 85 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,530 คน ในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2565

ทั้งนี้กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและชุมชนใกล้เคียงเพื่อส่งเสริมการยอมรับและตระหนักถึงคุณค่าการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและชุมชนใกล้เคียงเพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นพื้นที่กลางที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกันเพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งในชุมชน การสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน นำไปสู่การขยายผลจากทฤษฎีแนวคิดการพัฒนาสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มั่นคงขึ้น

รัฐบาลโปรโมทท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนใต้ ชาวนราธิวาสชวนคนไทย “หยิบหมอก หยอกเมฆ และแสงแรกแห่งปี” “เช็คอินกับเสาธงชาติไทยปลายด้ามขวาน” นายก ฯ มุ่งเป้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ผ่าน Soft Power

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า ตามนโยบายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเป้าการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ผ่านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างอาชีพ และรายได้แก่ประชาชน โดยการส่งเสริม Soft Power ทั้งแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น นับเป็นจุดขายที่มีอัตลักษณ์ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย
 
นางสาวรัชดากล่าวว่า จากที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสพร้อมกับเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พบว่า ประชาชนมีความต้องการและพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และยกระดับสินค้าชุมชนเพื่อให้เป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเชื่อมั่นว่าสันติสุข เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้และรัฐบาลมาถูกทางแล้ว
 
สำหรับการโปรโมท Soft Power นั้น รัฐบาลได้มีแผนครอบคลุมทุกด้าน อย่างจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีสังคมพหุวัฒนธรรม เช่น วัดชลธาราสิงเห หรือวัดพิทักษ์แผ่นดินไทย มัสยิดเก่าแก่ “ตะโละมาเนาะ” ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างมาก ศอ.บต. และจังหวัด ยังเพิ่มจุดขายการท่องเที่ยว อาทิ “ชมแสงแรกแห่งปีที่เกาะยาว” อ.ตากใบ เนื่องจากต้นฤดูหนาวของวันขึ้นปีใหม่แกนโลกจะเอียงไปทางขวามากที่สุดในรอบปี จนทำให้เกิดเป็นปรากฎการณ์แสงแรกของพระอาทิตย์ที่ขึ้นเป็นที่แรกของประเทศไทย และ “ชมหมอก หยอกเมฆที่สุคิริน” “เดินป่าฮาลา-บาลา” “เช็คอินกับเสาธงชาติไทยปลายด้ามขวาน” เป็นต้น
 
“นายกรัฐมนตรีติดตามโครงการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นในโอกาสแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างมั่นคง ผ่านการส่งเสริม Soft power ที่ครอบคลุม การท่องเที่ยว สังคมพหุวัฒนธรรม ความงามของธรรมชาติ อาหาร และกิจกรรมกีฬา เป็นต้น อีกทั้ง ท่านนายกฯยังได้ส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ และภาคส่วนต่างๆที่ได้ร่วมมือกันในการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ด้วยกันเป็นอย่างดี โดยย้ำถึงการดำเนินการทุกด้านต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม เพื่อความอยู่ดี กินดี และสันติสุขของประชาชน” นางสาวรัชดา กล่าว

ศอ.บต. ระดมความคิดเห็นผู้นำทุกศาสนิก ร่วมพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียม เสนอ กพต. 19 ธันวาคม นี้

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2565) ที่ ห้องประชุม 303 อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานการประชุมผู้นำศาสนาภายใต้กิจกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาทุกศาสนาเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2566 (ศาสนาอิสลาม) โดยมี นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ตลอดจน ผู้แทนจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา ผู้แทนจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม
 
สำหรับกิจกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาทุกศาสนา เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการดำเนินการระดมความคิดเห็นของผู้นำศาสนา ทั้ง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้มีการจัดประชุมผู้นำศาสนา ศาสนาพุทธ-คริสต์ ไปแล้ว และในครั้งนี้จัดให้มีการประชุมผู้นำศาสนาอิสลาม โดยที่ประชุมได้มีการหารือและเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อให้ ศอ.บต. นำไปจัดทำแผนงานโครงการ ภายใต้โครงการการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาทุกศาสนาเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะ อาทิ อยากให้มีการพัฒนาศักยภาพผู้นำศาสนา รวมถึงผู้นำทุกระดับ ทั้งผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น โดยเน้นในมิติของศาสนาเป็นหลัก และให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทของตัวเองในฐานะผู้นำ การบริหารจัดการ เรื่องของสังคม เศรษฐกิจ ระบบราชการและกฎหมายต่างๆ เพื่อคอยเสริมการทำงานของทางราชการอีกทางหนึ่ง
 
อย่างไรก็ตาม ศอ.บต. ได้กำหนดจัดประชุมผู้นำศาสนาภายใต้กิจกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาทุกศาสนาเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2566 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้นำศาสนาทุกศาสนาในพื้นที่ในการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องตามหลักศาสนา เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำไปสู่สังคมที่มีความสงบสุขภายใต้สันติวิธีและสังคมพหุวัฒนธรรมและจะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมในครั้งนี้ ไปจัดทำโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาทุกศาสนาเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 5/2565 ในวันที่ 19 ธันวาคม เพื่อพิจารณาต่อไป

เลขาธิการ ศอ.บต. ตั้งเป้าการปฏิบัติงาน ปี 2567 โดยกำหนดเป้าหมาย ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ร่วมกันภายใต้วิถีพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

วันนี้ (28 พฤศจิกายน 2565) เวลา 09.40 น พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามแนวทาง Hackathon โดย กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. จัดขึ้น เพื่อ ทบทวนและปรับปรุง เป้าหมาย ตัวชี้วัดและผลสัมฤทธิ์การขับเคลื่อนงานและการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กร นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้ชี้แจงกรอบแนวทางและจุดเน้นการขับเคลื่อนงานที่สำคัญของ ศอ.บต. และรวบรวมแผนงานโครงการและกิจกรรมสำหรับจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อใช้ประกอบการจัดทำคำของบประมาณในอนาคต โดยมี นายสมชาย เกียรติ์ภราดร ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้กล่าวรายงาน และมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจัดทำแผนงาน / โครงการของสำนัก / กอง กลุ่มงานสังกัด ศอ.บต. จำนวน 60 คน เข้าร่วม ณ โรงแรมเซาท์เทิร์น แอร์พอร์ท อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
 
พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อช่วยกันคิดและวางแผนเป้าหมายการเดินทาง และการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ไปข้างหน้า และอยู่ในทิศทางเดียวกัน เพราะ ศอ.บต. คือ หัวใจหลักของภาคใต้ตอนล้าง เราจะนำจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินหน้าไปพร้อมๆ กัน เพราะเป้าหมายคือ ประชาชนต้องมีชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกันในพื้นที่ด้วยสังคมพหุวัฒนธรรม อย่างสันติสุข ที่ผ่านมา ศอ.บต. มีนโยบายและจุดเน้นการขับเคลื่อนงาน ศอ.บต. จำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ประกอบด้วย การขับเคลื่อนงานสำคัญต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา อาทิ 1. ปัญหาความยากจนตามฐานข้อมูล TPMAP ขยายผลโครงการนำร่อง 1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจนจำนวน 700 ครัวเรือน 2. การผลักดันพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เมืองปศุสัตว์ เมืองปูทะเลโลก เมืองแห่งผลไม้ และเมืองแห่งพืชพลังงาน 3. การขับเคลื่อนโครงการเมืองปศุสัตว์ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล 4. การพัฒนาศักยภาพด่านศุลกากรไทย – มาเลเซีย 9 ด่าน 5. การแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็กเล็กในพื้นที่ 6. การเสริมสร้างคนดีตามหลักการศาสนาฯ โดยการจัดหาอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) และศูนย์อบรมพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ 7. การจัดกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ 8. การยกระดับการพัฒนาพื้นที่เมืองต้นแบบอำเภอเบตง จังหวัดยะลา amazing jungle treil 9. การขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริฯ และการขยายผลสู่กิจกรรมต่างๆ และ 10. การสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งต่างประเทศ
 
ทั้งนี้ ภายในกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน 2565 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้แทนสำนักงบประมาณ และผู้แทนจากสำนักสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมมาบรรยายให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากการบรรยายไปใช้ประกอบการจัดทำรายละเอียดแผนงานโครงการฯ และกิจกรรม ภายใต้ (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น