Select Page

คณะเจ้าหน้าที่กองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. เข้าร่วมโครงการศึกษาแนวทางต่อต้านแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรง และการสร้างเรื่องเล่าตอบโต้ ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

       เมื่อวันที่ (1 ตุลาคม 2561)  คณะเจ้าหน้าที่กองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. เข้าร่วมโครงการศึกษาแนวทางต่อต้านแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรง และการสร้างเรื่องเล่าตอบโต้ ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม  2561 นำคณะโดย นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมผู้แทนหน่วยงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าพบประธานศูนย์ Hedayah พร้อมรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจและกิจกรรมของศูนย์ฯ
         สำหรับศูนย์ Hedayah จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวคิดและที่กักเก็บข้อมูล หรือ “Think and Do Tank” ด้านการต่อต้านความรุนแรง Countering Violent Extremism (CVE) ที่เป็นอิสระภายใต้กรอบที่ประชุมสภาการต่อต้านการก่อการร้ายทั่วโลก หรือ Global Counter-Terrorism Forum (GCTF) โดยได้มีการเปิดตัวใน ทปช. ระดับรัฐมตรี GCTF ที่นครนิวยอร์ก เมื่อปีค.ศ. 2011 ซึ่งยูเออีได้เสนอตัวเป็นที่ตั้งของศูนย์ฯ ต่อมาได้มีการเปิดทําการศูนย์ฯ ที่กรุงอาบูดาบีเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ประเทศสมาชิก GCTF ดําเนินกลยุทธ์ในเชิงยุทธศาสตร์และอยู่บนพื้นฐานการวิจัยทางวิชาการ (empirical) มากขึ้น อีกทั้ง ศูนย์ Hedayah ดำเนินงานด้านเปิดเวทีส่งเสริมการสื่อสารและการปรับกระบวนงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และออกแบบแนวทางตอบสนองตามหลักวิชาการสร้างความตระหนักรู้แก่ภาครัฐถึงความสําคัญของการใช้มาตรการที่ไม่เป็นการคุกคาม เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตลอดจนศึกษาความเชื่อมโยงกับประสิทธิผลของมาตรการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการพัฒนาประสิทธิภาพโครงการและและนโยบาย
      นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยได้เข้าพบและรับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ Sawab เป็นศูนย์สร้างสารตอบโต้แห่งแรกนอกสหรัฐฯ เพื่อส่งสารเชิงบวกเกี่ยวกับการบริจาคทานในห้วงดือนรอมฎอน และกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ อีกด้วย

แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมหารือตัวแทน ชาวไทยพุทธจังหวัดยะลา เผยแนวทางการทำงานของ กองทัพภาค 4 ยังคงรับใช้ประชาชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงความเป็นธรรมและเสมอภาค

          วันนี้ (2 ตุลาคม 2561) ที่ ห้องประชุมอเนกประสงค์ชั้น 2 วัดเมืองยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  พร้อมด้วย  พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)  นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และคณะกองฝ่ายเสนาธิการ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมประชุมพบปะหารือตัวแทนชาวไทย ที่นับถือศาสนาพุทธในพื้นที่จังหวัดยะลา ประมาณ 500 คน
          การพบปะครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ในการพบปะ ประชาชน หลังดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4  โดย พล.โท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ได้กล่าวในการพบปะชาวไทยพุทธในพื้นที่ จ.ยะลา ว่า การปฏิบัติงานพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เจ้าหน้าที่รัฐทุกคน ได้รับใช้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยไม่เลือกปฏิบัติ เพราะทุกคนคือพลเมืองไทยเหมือนกัน การปฏิบัติภายใต้กฎหมาย หรือ การช่วยเหลือเรื่องใด ๆ ที่กระทำในพื้นที่นั้นได้กระทำไปโดยคำนึงถึงความเป็นธรรม เสมอภาคกัน ซึ่งในส่วนของ กองทัพภาคที่ 4 ก็จะยังคงใช้แนวทางในการปฏิบัตินั้นต่อไป โดยเฉพาะการไม่เลือกปฏิบัติกับประชาชน
        นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4  ยังกล่าวอีกว่า แนวทางการทำงานร่วมกันกับทุกฝ่าย คือ ต้องยึดแนวทางที่รัฐบาลได้มอบให้ คือ แนวทางประชารัฐ หมายถึง การร่วมกันคิดระหว่างภาครัฐและประชาชน ร่วมคิดร่วมทำ มีหน้าที่นำแนวความคิดของพี่น้องประชาชนสะท้อนขึ้นไปให้ถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ รัฐบาล คณะรัฐมนตรี โดย ต้องเริ่มต้นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ มาจากประชาคมหมู่บ้าน โดยใช้แนวทางประชารัฐเป็นสำคัญ
         ด้าน พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวด้วยว่า การมาพบปะของแม่ทัพภาคที่ 4 ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีและเป็นกำลังใจสำคัญต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในการใช้ชีวิตอย่างสันติ โดยเราจะบูรณาการทำงานไปพร้อมๆกัน โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวข้างต้น เราจะร่วมกันผลัดดันการทำงานให้มีความมั่นคง และความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยจะทำงานสำรวจพื้นที่ เส้นทาง และชุมชนที่มีความเสี่ยง ถ้าเห็นมีจุดบกพร่องจะเร่งดำเนินการแก้ไขทันที สำหรับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ รัฐบาลจะเร่งลงพื้นที่สำรวจ ให้ความช่วยเหลือ พร้อมร่วมกับทุกภาคส่วนในการช่วยดูแลความปลอดภัยให้มากขึ้นต่อไป
         อย่างไรก็ตามบรรยากาศในการพบปะพี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่จังหวัดยะลา ในการดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาค ที่ 4 ของ    พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ในครั้งนี้ เป็นไปอย่างอบอุ่น ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พร้อมให้กำลังใจในการทำงานในหน้าที่ แม่ทัพภาค 4 และการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยที่ทุกคน ทุกภาคส่วนที่มาในวันนี้พร้อมจะให้ความร่วมมือ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

           วันนี้ (27 กันยายน 2560) เวลา 11.50 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภายใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มที่ระลึกแก่ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในรอบปีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี พุทธศักราช 2560 จำนวน 67 ราย ได้แก่ กลุ่มข้าราชการระดับอำนวยการ, ปฏิบัติการ กลุ่มบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มพนักงานราชการ/ลูกจ้าง กลุ่มพนักงานส่วนท้องถิ่น กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มผู้นำท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนันจังหวัดชายแดนภาคใต้) กลุ่มผู้นำท้องถิ่น (คณะผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้) กลุ่มผู้นำศาสนา กลุ่มสตรี กลุ่มเด็ก/เยาวชน กลุ่มสมาชิกอาสาสมัครทุกรูปแบบ กลุ่มสื่อสารมวลชน กลุ่มองค์กร มูลนิธิต่างๆ กลุ่มที่มีบทบาทส่งเสริม เศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญ กำลังใจ แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ประชาชน ตลอดจนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางราชการด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงในการปฏิบัติหน้าที่ จนมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ เกิดประโยชน์ต่อทางราชการและประชาชน ให้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ รวมทั้งมีการเผยแพร่ผลงานของผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นทุกกลุ่ม/สาขา ให้สาธารณชนได้รับทราบ เพื่อเป็นการจูงใจ และกระตุ้น เร่งเร้าให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มมากขึ้น  โดยมี นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมรับเสด็จ
               หลังจากนั้น เวลา 13.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการผลการดำเนินงานกิจกรรมประกอบด้วย 2 ส่วน ติดตามงานขยายผลแนวพระราชดำริฯ ได้แก่ โครงการเก้าอี้สุขใจ สู่รองเท้าคู่แรก  โครงการสิริเวชยาน นวัตกรรมบริการทางแพทย์เคลื่อนที่  โครงการอาหารกลางวัน “ครัวโรงเรียนสู่ครัวบ้าน”  โครงการศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทานจังหวัดชายแดนภาคใต้  กิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยในโรงเรียนตระเวนชายแดน  โครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรังอัสลี)  กิจกรรมตรวจสารพันธุกรรม (DNA)  และผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำคัญ ได้แก่ โครงการการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โครงการขับเคลื่อนองค์กรภาคประชาสังคมฯ โครงการลูกเสือสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและจังหวัดยะลา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในงานประจำปีของจังหวัดนราธิวาส “ของดีเมืองนรา” ครั้งที่ 43

        วันที่ (26 กันยายน 2561) เวลา 10.00 น. นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์  รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในโครงการส่งเสริมการศึกษาในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริฯ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานประจำปีของจังหวัดนราธิวาส “ของดีเมืองนรา” ครั้งที่ 43 ประจำปี 2561 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ศูนย์ราชการ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
           ในการนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ถวายการรายงานผลงานในโครงการส่งเสริมการศึกษาในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริฯ ที่ได้ร่วมกับส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และสังคมพหุวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
               สำหรับ โครงการส่งเสริมการศึกษาในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริฯ ของเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ดำเนินการรับผิดชอบกิจกรรมทั้งหมด 2 กิจกรรมคือ กิจกรรมเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ภาษาไทย โดย ศอ.บต. ได้ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ให้แก่ครูผู้สอนทุกระดับชั้นในโรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ จำนวน 47 แห่ง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 86 แห่ง และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำนวน 31 แห่ง  รวมทั้งสิ้น 164 แห่ง เพื่อให้ครูนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนโดยผ่านหลักสูตร “การผลิตสื่อและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย การผลิตหนังสือนิทานสำหรับเด็กเพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาไทยและพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้”
            และกิจกรรมอาหารเช้าในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44   โดย ศอ.บต. ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ยะลา และจังหวัดปัตตานี สนับสนุนกิจกรรมอาหารเช้าในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 12 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนจำนวน 1,370 คน ได้รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณประโยชน์ ได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อตอบรับการมีสมาธิ การมีความกระตือรือร้นในการเรียนและพร้อมในการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

อนุบาลนราธิวาส คว้าแชมป์ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ในการแข่งขันแชมเปียนส์เมโลเดียนเยาวชนชายแดนใต้ โดย ศอ.บต. จัดขึ้นเป็นปีที่ 2

        วันที่ (25 กันยายน 2561) เวลา 14.30 น. ที่ สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)     จัดกิจกรรมประกวดวงเมโลเดียน “ชิงแชมป์จังหวัดชายแดนภาคใต้” ครั้งที่ 2 ขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ถึงความเป็นมาของธงชาติไทย และปลูกฝังให้เยาวชน ประชาชน รักและภูมิใจในความเป็นชาติไทย และส่งเสริมกิจกรรมด้านดนตรี โดยมีเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 18 โรงเรียน กว่า 1,500 คนเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งปีนี้โรงเรียนอนุบาลนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส สามารถคว้าแชมป์ชัยชนะอีก 1 สมัยไปครองพร้อมรับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายสุชาติ ศิริประภากร รักษาการผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเท่องเที่ยวและกีฬา ศอ.บต. เป็นประธานในการมอบพร้อมให้โอวาทแก่เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
        เด็กหญิง ภัทรธิดา พรหมเจียม นักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส กล่าวด้วยความภูมิใจว่า รู้สึกดีใจมากเมื่อปีที่แล้วสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันวงเมโลเดียน และปีนี้ ก็ได้คว้าแชมป์อีก 1 สมัยตนเองรู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอีกครั้ง เพราะกิจกรรมดังกล่าวมีประโยชน์อย่างมาก     1 เดือนกับการฝึกซ้อม เราทุกคนทุ่มเท และตั้งใจเพื่อคว้าแชมป์กลับสู่โรงเรียนอนุบาลนราธิวาสอีกครั้ง
        ด้านนายสุชาติ ศิริประภากร รักษาการผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา ศอ.บต. ได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ด้วยว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมที่สามารถคว้าชัยชนะได้ และสำหรับทีมที่ไม่สามรถคว้าชัยชนะได้ อย่าเพิ่งเสียใจ อยากให้ทุกทีมนำสิ่งที่โดนชี้แนะในครั้งนี้ ไปปรับเปลี่ยนสิ่งที่เราขาดไป เพื่อพัฒนาทีมของเราให้ดีขึ้นในอนาคตต่อไป
         ทั้งนี้กิจกรรมประกวดวงเมโลเดียน “ชิงแชมป์จังหวัดชายแดนภาคใต้” ครั้งที่ 2 ในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ประเภทประกอบด้วย ประเภทการแข่งขันวงเมโลเดียน และการแข่งขันร้องเพลงชาติไทย สำหรับการแข่งขัน วงเมโลเดียน มีผู้ชนะคือ รางวัลชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนอนุบาลนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 15,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านแป๊ะบุญ จังหวัดนราธิวาส รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 12,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ โรงเรียนสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 10,000 บาท สำหรับการแข่งขันร้องเพลงชาติไทย มีผู้ชนะได้แก่ รางวัลชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนผดุงมาตร จังหวัดนราธิวาส รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 8,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ โรงเรียนสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จำนวน 5,000 บาท